Thursday, October 17, 2013

[Review Drama CD] Shinsengumi Mokuhiroku Wasurenagusa Vol.3 Kondou Isami


และแล้วเราก็ได้ฤกษ์มารีวิวซีรีย์ชินเซนงุมิ วาซุเระนางุสะอีกแล้วค่า...

วันนี้เป็นตาของท่านหัวหน้าแล้วค่ะ //ไหว้



Kondou Isami
ตามประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น คอนโด้ อิซามิ เป็นหัวหน้าชินเซ็นงุมิ
หรือกลุ่มซามูไรซึ่งได้รับหน้าที่เป็นตำรวจพิเศษในปลายสมัยเอโดะ
ประวัติของคอนโด้ซังค่อนข้างยาว ถ้าให้พูดถึงคงจะไม่ได้รีวิวกันแน่ๆวันนี้
ดังนั้นจึงขอตัดๆไปเลยแล้วกันนะคะ....
เราไปเริ่มรีวิวตั้งแต่แทรคแรกจนถึงแทรคสุดท้ายกันดีกว่า

*เนื่องจากโวลุ่มนี้ มี 2 แผ่น จึงขอรีวิวแยกเป็นเอนทรี่นะคะ เอนทรี่ละแผ่น
*เราขอใช้คำว่า "เรา" แทน คนฟัง และ นางเอกในซีรีย์นี้นะคะ...

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทุกอย่างที่คอนโด้ซังได้เจอกับนางเอก เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นนะคะ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องจริง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงเตี๊ยมอิเคดะยะ หรือ แม้แต่เรื่องที่คอนโด้ซังได้พูดกับตัวนางเอกเอง เป็นเรื่องจริงที่อิงมาจากประวัติศาสตร์ค่ะ ส่วนคอนโด้ซังรักดาบโคเททซึมากมายอะไรขนาดนั้นรึเปล่านั้น... ก็อาจจะจริง หรือไม่จริงเหมือนกัน  อาจจะต้องไปจุดธูปหรือเคาะโลงศพของคอนโด้ซังที่วัดเทนเนจิขึ้นมาถามได้ค่ะ (ใครจะกล้าทำห๊ะ /คนรีวิวโดนปารองเท้าใส่)

新撰組黙秘録勿忘草 第参巻 近藤勇編
Shinsengumi Mokuhiroku Wasurenagusa Vol.3 Kondou Isami
ชินเซนงุมิ บันทึกเป็นการลับ ~ฟอร์เกทมีนอท~  โวลุ่ม 3 คอนโด้ อิซามิ
CV. 井上和彦 Inoue Kazuhiko

Disc 1



Track 1
        แทรคเริ่มต้นด้วยการบอกเล่าของคอนโด้ซัง ในขณะนั้นเป็น เก็นจิคังเน็น หรือปีค.ศ.1864 ปีแห่งความโกลาหลที่กลุ่มชินเซ็นดำรงอยู่ มีการแย่งชิงกัน ยิ่งโลกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ในเมืองหลวงก็ยิ่งวุ่นวายมากขึ้น แต่อย่างไรกลุ่มชินเซ็นก็ต้องปรับตัวอยู่ให้ได้ในฐานะตำรวจ ไม่สิ..ต้องดูเป็นการกำจัดต่างหาก ทั้งโจชู ทั้งซามูไรของตระกูลชิมะสึ ก็ยิ่งมีผู้ช่วยเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่ถึงแม้จะลำบากมากมายแค่ไหน สมาชิกกลุ่มชินเซ็นก็ยังอยู่กับคอนโด้ซังเสมอ (ต้องมุทะลุเอาไว้สินะ...)
        และในวันนั้น วันที่ 5 มิถุนายน เป็นวันที่กลุ่มชินเซ็นได้สร้างวีรกรรมขึ้น โดยกลุ่มชินเซ็นได้แบ่งกันเป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มคอนโด้ได้ตรงไปยังโรงเตี๊ยมอิเคดะยะ ตามรายงานจากทางราชการ และเมื่อมาถึง คอนโด้ซังได้สั่งทุกคนชักดาบออกมาและ เข้าต่อสู้กับกลุ่มโจชู (ในฉากนี้เสียงชักดาบเหมือนจริงมาก ยังกะดูหนังทรีดี 555+)
        คอนโด้ซังก็เข้าต่อสู้ด้วย แต่ก็ยังมีคุยสนทนากับนายโคเททซึ ดาบคู่ใจของคอนโด้ซังนั่นเอง สู้ไปก็ชมความเก่งกาจของโคเททซึไปด้วย คอนโด้ซังสู้ไปเรื่อยๆ คอนโด้ซังยังได้พูดอีกว่าการที่ได้ชัยชนะในคืนนี้ก็เหมือนกับการประกาศศักดา และแสดงการมีตัวตนของกลุ่มชินเซ็นให้คนรอบข้างได้รับรู้อีกด้วย

Track 2
        แทรคเริ่มด้วยคอนโด้ซังทักทายเราซึ่งเข้ามาในห้องด้วยท่าทางไม่มั่นใจเล็ก น้อย เมื่อเราเข้ามาแล้ว คอนโด้ซังจึงเริ่มบทสนทนาโดยการขออภัยเราเรื่องที่เกิดขึ้นที่อิเคดะยะ เขาบอกว่าเขาได้รู้เรื่องจากฮิจิคาตะซังว่าเราสูญเสียพ่อแม่ไปในคดีอิเคดะยะ นั้น คอนโด้ซังก็ปลอบใจเราว่ายังงัยก็ต้องได้เจอกันอีกแน่นอน
        แต่เราก็ยังทำหน้าเศร้า คอนโด้ซังเลยหยิบขนมออกมาจากที่ซ่อน (เพราะฮิจิคาตะซังไม่พอใจ พอเห็นแล้วก็จะสั่งให้ไปทิ้งทันที) และยื่นให้เรากินทั้งหมด แต่ห้ามให้เรื่องนี้ถึงหูใครเด็ดขาด โดยเฉพาะฮิจิคาตะซัง คอนโด้ซังก็ยังเล่าให้เราฟังเรื่องที่เขาพยายามซ่อนขนมจากฮิจิคาตะซัง เล่าไปเรื่อยๆก็ทำให้เราหัวเราะได้ หลังจากนั้นเขาก็หยิบขนมมากินบ้าง และ บอกว่าที่เรายิ้มได้ก็เพราะรสของขนมแน่นอน
        หลังจากนั้นจะเป็นประโยคสนทนาระหว่างคอนโด้ซังกับเรา โดยคอนโด้ซังจะถามว่าต่อจากนี้แล้วเราคิดจะทำอะไรต่อ ? มีที่ไปรึเปล่า ? เราก็ตอบว่าไม่มีที่ไป คอนโด้ซังจึงแนะนำให้เรามาทำงานที่ฐานกลุ่มเสียเลย เพราะว่าช่วงนี้แรงงานไม่พอเสียด้วย ทั้งซักผ้า ทำกับข้าว จ่ายตลาด รวมถึงผู้หญิงก็ไม่ค่อยจะมีด้วย มันอาจจะเป็นงานหนัก แต่ว่าเขาก็เชื่อว่าถ้าเราทำงานที่นี่ อาจจะทำให้ลืมเรื่องเลวร้ายในอดีตได้แน่นอน และถึงแม้จะไม่มีครอบครัวแล้ว แต่กลุ่มชินเซ็นนี่หละที่อาจจะเป็นเหมือนครอบครัวของเราได้ เราจึงตอบตกลง คอนโด้ซังจึงดีใจ และกล่าวขอบคุณเรา ถ้ามีอะไรก็ให้บอกเขาได้ เพราะเขานี่หละจะเป็นเพื่อนของเราเอง...
        วันต่อมา ในตอนเช้า ระหว่างที่เรากำลังทำงานอยู่ ก็พบกับคอนโด้ซัง คอนโด้ซังทักทายเราและบอกว่าเขากำลังจะไปดูสมาชิกกลุ่มซ้อม(เคโคะ)ตอนเช้ากัน คุยกันไปเรื่อยๆ ก็หันไปพูดเรื่องฮิจิคาตะซัง เพราะเราบอกว่าฮิจิคาตะซังดุมาก แต่คอนโด้ซังบอกว่าเขาไม่ได้คิดแบบนั้น...
        ในขณะนั้นลมก็พัดมาและพัดกองขยะที่เรากวาดมารวมกันกระจัดกระจาย คอนโด้ซังให้เราเลิกทำ และ ให้เราอยู่นิ่งๆ เพราะมีขยะติดอยู่ที่ผมเรา คอนโด้ซังก็ได้โอกาสสัมผัสผมเราไปเรื่อยๆพร้อมกับบอกว่าผมแบบนี้หละที่เขา ชอบ เราก็หน้าแดง เขาก็ปัดขยะออกจากผมเรา พร้อมกับบอกว่าเขาก็เหมือนกับคนในครอบครัวเรานั่นหละ เราก็เหมือนกับน้องสาวของเขา
        หลังจากปัดขยะออกเสร็จเขาก็กล่าวขอโทษสัมผัสผมเรา และเขาก็เอาขนมที่ซื้อมาเมื่อวานมาใส่มือเราเป็นการขอโทษ ทั้งๆที่เราไม่ได้โกรธเลย เขาบอกว่าอยากจะเห็นรอยยิ้มของเรา แต่เรายิ่งยิ้มแบบนี้เขาก็ยิ่งเป็นห่วงเราว่าจะไปทำให้หนุ่มคนไหนหลงรักรึ เปล่านะ... ก่อนที่จะเตือนว่าอย่าเข้าใกล้ผู้ชายคนไหนมากไปนัก เตือนเสร็จ เขาจึงเดินกลับไปข้างใน พร้อมกับแทรคที่จบไป....

Track 3
        ในขณะที่เรากำลังอยู่ในเมือง เราก็วิ่งไปชนกับคอนโด้ซังโดยบังเอิญ คอนโด้ซังได้ถามเราว่ามาทำอะไรในเมือง มาเดินเล่นเหรอ ? เราก็ตอบว่าเราเพิ่งกลับจากซื้อของ คอนโด้ซังจึงชวนเราไปเดินดูของด้วยกันต่อ แต่เราก็บอกว่าเพราะโอคิตะซังสั่งเราให้มาซื้อของก็เลยต้องรีบกลับ เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร เพราะเขาจะไปพูดกับ”โซจิ”เอง (คอนโด้ซังเรียกโอคิตะซังว่าโซจินะเคอะ....) ยังงัยโอคิตะซังก็คงจะไม่ถือโทษอยู่แล้ว เราจึงตอบตกลงเขาจึงจับมือเราเดินไปดูของด้วยกันต่อ...
        ระหว่างที่เดินกันอยู่ คอนโด้ซังก็ชวนเราไปที่ร้าน “ขายดาบ” เขาเล่าให้เราฟังว่าเขาเข้าร้านดาบก็ใช้เวลานานทุกทีจนฮิจิคาตะซังโวยวาย อยู่หลายครั้ง เราก็เลยถามว่าแล้วที่จะไปร้านดาบนี่จะไปซื้อดาบใหม่เหรอ ? คอนโด้ซังก็บอกว่าเขาน่ะชอบดาบมาก โดยเฉพาะดาบที่มันวาว  เวลาฟันไปแล้วก็ขาดทั้งกระดูกทั้งเนื้อเลย และ โคเททซึที่คอนโด้ซังมีอยู่ ก็มีคุณสมบัติตามที่คอนโด้ซังได้พูดไป...
        และคอนโด้ซังก็หยิบดาบออกมา และ พูดถึงโคเททซึว่า เป็นดาบที่เหมาะกับเขาตั้งแต่ที่เขาเกิด เวลาที่ได้สัมผัส(ตรงใบมีด)ก็ ทำให้รู้สึกถึงผิวทะลุไปถึงข้างใน และยังบรรยายสรรพคุณถึงขนาดเวลาที่อยู่เฉยๆก็จะเงียบๆสงบนิ่ง แต่ถ้าเวลาได้กินเลือดแล้วก็จะขึ้นมาบ้าคลั่งได้เลยทีเดียว และเขาก็รู้สึกถึงมันด้วย (ถึงฉากนี้แล้ว คิดว่าถ้าคอนโด้ซังไม่แต่งงานกับผู้หญิงก็คงจะแต่งงานกับโคเททซึแทนแน่ๆ แสดงออกว่ารักโคเททซึขนาดนั้น....ฮึ่ม....)
        และคอนโด้ซังก็ต้องสะดุ้งเมื่อเราเรียก เขาก็คิดว่าเขาคงพูดอะไรแปลกๆออกไปแน่นอน ถ้าเขาได้พูดถึงคาตานะเมื่อไหร่ก็จะติดหล่มอาจจะพูดยาวจนหยุดไม่ได้ก็ได้ เขาจึงตัดบทและพาเราไปร้านดาบต่อ...
        พอมาถึงร้านขายดาบ คอนโด้ซังก็พูดคุยกับเจ้าของร้าน (เนื้อหาไม่ต้องไปสนหรอกค่ะ ก็เป็นแนวๆว่าดาบไหนเข้ามาใหม่ ดาบไหนเจ๋งๆ แล้วก็ขอดูดาบอันนั้นหน่อย ประมาณนี้) เขาก็ดูดาบไปเรื่อยๆ ลองฟันไปเรื่อยๆ เขาก็ชมดาบว่าดาบสวย ไม่ใช่ไว้ฆ่าคนอย่างเดียว ทั้งน้ำหนักที่เหมาะมือ คมดาบที่สวยงาม แต่ถึงจะชมขนาดนี้ คอนโด้ซังก็ยังไม่เลือกดาบนั้น และชวนเราออกมาจากร้านขายดาบ
        เราก็ถามคอนโด้ซังว่า ถึงจะชมว่าสวยขนาดนั้น แต่ทำไมคอนโด้ซังถึงไม่ซื้อดาบนั้นละ ? คอนโด้ซังจึงตอบว่า “ก็มันเป็นดาบปลอมนี่...” ถึงจะดูสวย แต่พอเวลาสัมผัสแล้วมันก็ไม่ใช่อย่างที่เขาคิด และเขาก็แอบไม่พอใจเจ้าของร้านนิดหน่อยที่แอบเอาของปลอมมาขาย แต่ร้านนี้มีคนเข้าเป็นจำนวนมาก เขาจึงไม่อยากเอาเรื่อง
        แต่จริงๆแล้วคอนโด้ซังก็เผยไต๋ออกมาว่าที่พาเรามานี่ก็เพราะหาเรื่องมาเดิน เล่นกับเราเท่านั้น  คอนโด้ซังก็ถามเราอีกว่าจะไปดูร้านไหนต่อมั้ย ? เราก็ตอบสิคะว่า “เย็นแล้วรีบกลับกันดีกว่า” แต่คอนโด้ซังก็บอกว่าจริงๆแล้วเขาน่าจะซื้อพวกปิ่นปักผมอะไรแบบนี้ให้เราสัก หน่อย แต่ในเมื่อไม่มีเวลา เขาจึงชวนเราออกมาอีกครั้งวันหลัง ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้น้องสาวที่น่ารักอย่างเราไปกับหนุ่มคนอื่น (โห เล่นกักตัวกันเลย 5555+) เพราะอย่างไรเขาก็อยากแสกนหนุ่มที่เหมาะสมกับเราให้เราด้วย....

Track 4
        คอนโด้ซังมาหาเราที่ห้อง เพื่อมาบอกข่าวว่าคืนนี้เขากลับกลุ่มชินเซนจะต้องไปบุกที่ไหนสักแห่งตอน เที่ยงคืน แต่ก็ไม่ได้อุกอาจหนักหนาเท่าที่อิเคดะยะ และเขาก็เตือนว่าคืนนี้ห้ามออกจากฐานไปไหนเด็ดขาด แต่เราก็เป็นห่วงคอนโด้ซัง แต่คอนโด้ซังก็บอกว่าไม่ต้องห่วง เขายังงัยโคเททซึก็ปกป้องเขาได้อยู่แล้ว (เอ่อคือ..ตอนสงครามโบชินมันไม่ได้เป็นแบบนั้นอะจิคะ.... – คนรีวิว)
        แต่เราก็ยังเข้าไปรั้งคอนโด้ซังไว้ แต่คอนโด้ซังก็บอกว่าอย่าหยุดเขาเลย เพราะอนาคตของญี่ปุ่นอยู่ในมือของกลุ่มชินเซ็นแล้ว อย่างไรก็ต้องไป.... แต่เราก็บอกว่าเพราะว่าเราเสียครอบครัวเราไป แล้วถ้าเกิดพวกคอนโด้ซังเป็นอะไร เราก็คงจะอยู่ไม่ได้ คอนโด้ซังก็เข้าใจ แต่อย่างไรเขาก็ต้องต่อสู้ปกป้องสิ่งที่สำคัญ และเราก็เป็นคนสำคัญของเขาคนหนึ่งด้วย
        คอนโด้ซังยังกล่าวต่อไปว่า หากรอยยิ้มกลายเป็นความกลัวเมื่อไหร่ จะไม่มีวันกลับมายิ้มได้อีกเลย (ในสถานการณ์ที่วุ่นวายแบบนี้) หาก พวกเขาปล่อยเอาไว้  ทั้งประเทศก็คงจะตกอยู่ในความกลัวแน่นอน อย่างไรเขาก็จะต้องปกป้องประเทศที่สำคัญต่อเขาไว้ให้ได้ ร่วมกับสมาชิกกลุ่มชินเซ็นคนอื่นๆที่ติดตามเขาไปทุกสนามรบ และ ความฝันของเขาคือการทำให้ประเทศสงบร่มเย็น ทุกคนมีแต่รอยยิ้มนั่นเอง....
        ในตอนเช้า เราไปหาคอนโด้ซังที่ห้อง (ห้องทำงานของคอนโด้ซังหรือห้องนอนไม่แน่ใจแหะ...) คอนโด้ซังเห็นเราง่วงๆเลยคิดว่าเมื่อคืนคงจะไม่ค่อยได้นอนละสินะ (เอ่อ...ก็นู๋เป็นห่วงคอนโด้ซังอะคะ – ฟ้าใฉโอโจ้ซัง ก๊ากกก) แล้วก็ถามต่อไปว่าเรามีธุระอะไรกับคอนโด้ซังกัน เราก็เลยบอกว่าเพราะเห็นคอนโด้ซังสีหน้าไม่ดีเลยอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ? (ตรงนี้เราสงสัยว่านางเอกมานกลัวท่านรองขนาดถึงกับจะปฏิเสธไม่ยอมไปซื้อของให้ท่านรองเลยเหรอ???)
        คอนโด้ซังเลยเล่าให้ฟังว่าเหตุการณ์เมื่อคืนทำให้เขาเสียลูกน้องที่สำคัญไปอีกคน (ใครอะ..ใครตายอะ สำคัญตอนไปสู้ที่อิเคดะยะด้วย) ถึงเขาอยากจะทำให้ประเทศมีแต่สันติภาพ แต่ต้องแลกกับการที่เสียลูกน้องไป ทำให้เขารู้สึกว่าไม่คุ้มเลยจริงๆ คอนโด้ซังต้องแอบมาเสียใจทุกครั้งที่มีคนตาย แต่เพราะไม่ต้องการให้ลูกน้องที่เหลือหมดกำลังใจไปด้วย เขาจึงไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้ใครได้เห็น
        เราจึงเดินไปหยิบของบางอย่างให้กับคอนโด้ซัง มันคือ ดอกไม้ นั่นเอง (ปลูกเองด้วย) คอนโด้ซังบอกว่าเป็นครั้งแรกที่ได้รับดอกไม้แบบนี้ และเราก็บอกว่า ดอกไม้สามารถทำให้ใจคนเย็นลงได้ และถ้าต้องการจะให้กำลังใจคนก็ต้องให้ดอกไม้นี่ละ... คอนโด้ซังก็บอกว่าเรานี่ใจกว้างจริงๆนะ และบอกให้เราเอาดอกไม้ไปประดับในห้องเขานี่หละ เพราะถ้าเห็นดอกไม้เวลาจิตตกก็จะช่วยได้แน่นอน แต่ดอกไม้ถ้าใส่แจกันมันก็จะเหี่ยวเร็ว เพราะฉะนั้นเราก็จะมาเปลี่ยนดอกไม้ให้ก่อนที่มันจะเหี่ยว โดยที่ไม่คิดค่าจ้างเพิ่ม (กร๊ากกก) คอนโด้ซังก็พยักหน้าเห็นด้วย...
        อยู่ดีๆคอนโด้ซังก็ดึงเรามากอด (เฮือกก ตกใจดัมมี่ไมค์) และกระซิบ “เวลาแบบนี้ถ้าเขาถูกเราอ่อนโยนใส่แล้ว อาจจะทำให้เขาวอกแวกก็ได้นะ...” เราก็ตกใจและผละออก คอนโด้ซังเลยพูดว่าการที่เราทำแบบนี้ ทำให้เขาเริ่มไม่รู้สึกว่าเราเป็นเหมือนน้องสาว แต่ดูเหมือน “ผู้หญิง” คนหนึ่งมากกว่า เพราะเราดูเหมือนมีวุฒิภาวะแล้ว (ไม่คิดว่าชั้นเป็นเด็กๆแล้วสินะ) เหมือนกับนักรบที่ทำการเซ็ปปุคุเพื่อแสดงความรับผิดชอบ
        เราก็บอกว่าการเซ็ปปุคุมันเลวร้ายเกินไป คอนโด้ซังก็บอกว่าคนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกกลุ่ม ต้องปฏิญาณตนจะไม่ฝืนกฎ “เคียวคุจูฮัทโต” เด็ดขาด แต่นอกจากเซ็ปปุคุคงจะไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้ว... และคอนโด้ซังก็ตัดบท และบอกว่าถ้าเขาไม่ร่าเริงก็ไม่ใช่คอนโด้ซังแล้วละสิ แล้วก็หัวเราะร่า (เอ่อคือ....ตอนนี้อิชั้นไม่อยากหัวเราะกะเฮียหรอกค่ะ - -*) ก่อนที่จะลงท้ายว่า “โอโจ้ซัง...ขอบคุณสำหรับดอกไม้นะ” ก่อนที่จะเราจะเดินออกไปและจบแทรค....

Track 5

        ในตอนเช้าของวันต่อมา คอนโด้ซังก็เดินเล่นอยู่ในสวน (รู้สึกคอนโด้ซังชอบชมสวนมากกว่าไปรบนะเนี่ย ฮ่าฮ่า..) คอนโด้ซังก็ได้ยินเสียงคนเดินก็เลยหันไปพบเราเข้า เขาก็เลยบอกว่าอย่าไปบอกใครเรื่องที่เจอเขาเดินเล่นอยู่แบบนี้นะ ถ้าฮิจิคาตะซังรู้อาจจะโดนเอ็ดตะโรเอาได้ แต่เพราะว่าอากาศดีๆแบบนี้ จะมัวอยู่แต่ในห้องก็ไม่ใช่เรื่อง
        เราก็เลยบอกว่าพอดีลมพัดผ้าที่ซักไว้ปลิว เลยมาตามหาผ้า คอนโด้ซังเลยจะช่วยหา อาจจะไปติดอยู่ตามต้นไม้ก็ได้ ระหว่างช่วยกันหาคอนโด้ซังก็บอกว่า เมื่อคืนเขาฝันถึงเราด้วย อาจจะเป็นเพราะกลิ่นของดอกไม้เข้าไปในความฝันด้วยแน่นอน (ป๊าดดดด เฮียแกบรรยายความฝันจนอยากจะเอาหน้ามุดผ้าห่ม 555+) เขาก็สงสัยเหลือเกินว่าถ้าเราอยู่ในอ้อมกอดเขาแล้วเราจะมีสภาพแบบไหนกันนะ (อือม..สงสัยความฝันไม่ชัด เห้ยยยย) เราก็ทำหน้าตกใจ เขาก็บอกว่าแค่ความฝันเอง อย่าตกใจไป และคอนโด้ซังก็ช่วยเราหาผ้าจนเจอ เลยเอาไปตากไว้เหมือนเดิม...
        ในตอนกลางคืน คอนโด้ซังก็ชวนเราออกมาเดินเล่นด้วยกันอีก เพราะเป็นหน้าใบไม้ร่วง เลยลมเย็นๆน่าอยู่เป็นที่สุด คอนโด้ก็มีความสุขที่ได้ชมความงามของพระจันทร์ครึ่งดวงกับใบไม้เปลี่ยนสีใน เอโดะไปเรื่อยๆ และการมีเราที่เขารักอยู่ข้างๆด้วย
        แค่อึดใจ คอนโด้ซังก็ดึงเราเข้ามากอด (อีกแล้วร๊อออออ) และพูดในระยะประชิดว่า ตลอดเวลาที่เขาอยู่กับเรานี่ เขาฝันถึงเราแทบทุกคืนเลย เรามีกลิ่นเดียวกับดอกไม้ที่เขาได้กลิ่นด้วย (จ๊ากกก) ทำให้เขาคิดถึงแต่เราตลอด ไม่ว่าจะทำอะไร... คอนโด้ซังก็ยื่นหน้าเข้ามาหาเราเรื่อยๆ เราก็เลยบอกคอนโด้ซังว่า ที่เรายอมให้คอนโด้ซังเข้าถึงตัว(?)ได้ก็เป็นเพราะคอนโด้ซังดูใจดี ไม่มีพิษภัย คอนโด้ซังเลยบอกว่าเราคิดผิดแล้ว จริงๆแล้วผู้ชายทุกคนน่ากลัวเหมือนกันหมด คอนโด้ซังยังบอกอีกว่า อย่ามองคนแต่ภายนอก เพราะฉะนั้นเราต้องระวังตัวไว้ด้วย....

จบแผ่น 1 แล้วค่าาาาา

ถ้าใครฟังแล้วเกิดตะขิดตะขวง "เอ๊ะ คอนโด้ซังไม่ได้พูดแบบนี้นี่"

หลังไมค์มาช่วยเราทำมาหากินหน่อยนะคะ ก๊ากกกกกกกก 

เตรียมพบกับแผ่นสองในเอนทรี่ต่อไปนะคะ (โคเททซึๆๆๆๆ ToT)

[Preview Drama CD] 辻咲学園生徒会の秘密

辻咲学園生徒会の秘密
Tsujisaki Gakuen Seitokai no Himitsu
ความลับของคณะกรรมการนักเรียนโรงเรียนซึจิซากิ

"พันธสัญญาที่เต็มไปด้วยตัณหาและการผิดศีลธรรมที่ผูกพันเพื่อรักษาเอาไว้
ความลับที่ไม่สามารถบอกใครได้เพิ่มขึ้นมา"


เป็นดราม่าซีดีผลิตโดยค่าย Milky Chain ค่ายใหม่ที่เปิดตัวด้วยดราม่าซีดี 18+ ธีมโอะจิซามะ (คุณลุง) ใช้ดัมมี่เฮดไมโครโฟนในการอัดเสียงค่ะ เรทของซีรีย์นี้คือ 18+ เพราะฉะนั้น คนที่มีอายุต่ำกว่า 18+ ไม่ควรฟัง หรือถ้าฟังต้องฟังอย่างใช้วิจารณญาณในการฟังมากๆค่ะ

เนื้อเรื่อง
เป็น เรื่องของนางเอก(คนฟัง)ที่เป็นประธานนักเรียนโรงเรียนซึจิซากิ ได้กำความลับในโรงเรียนไว้มากมาย เพราะว่าเธอมีญาณวิเศษสามารถมองทะลุใจคนได้ แต่แล้วเรื่องนี้ก็เปิดเผยให้นายซางามิ เอย์จิ กับ นายจิงิริ เรย์อิจิ รุ่นพี่คณะกรรมการนักเรียนของเธอรู้จนได้ นายซางามิเลยตั้งพันธสัญญาหนึ่งขึ้นมาว่า เขาจะเปิดเผยความลับของเราให้คนอื่นได้รู้ ถ้า...เราไม่ยอมเล่นเกมกับเขา ซึ่งกฏก็คือ "1อาทิตย์ ต่อ 1 ครั้ง นางเอกจะต้องทำตามที่เขาสั่ง ห้ามขัดขืนเป็นอันขาด" ซึ่งพันธสัญญานี้ได้เชิญชวนนางเอกเข้าสู่โลกแห่งตัณหาและการทำผิดศีลธรรมในโรงเรียนของเธอเอง....

ตัวละคร

นางเอก (คนฟัง)
CV. ไม่มีค่ะ เอาเสียงตัวเองไปจิ้นแทนแล้วกันนะ 5555555+
ชั้นปี : ม.ปลาย ปี 2
ตำแหน่ง : ประธานนักเรียน

มี พลังหยั่งรู้เสียงในจิตใจของคนอื่นที่เธอมอง (ถึงแม้จะไม่ได้สนใจก็จะได้ยินเหมือนกัน) เธอใช้พลังของเธอในการจับผิดการทุจริตของประธานนักเรียนคนก่อน ทำให้เธอกลายเป็นประธานนักเรียนคนใหม่ ทั้งๆที่ยังอยู่แค่ม.ปลายปี 2 เท่านั้น ไม่ชอบการแหกกฏ เธอจึงทำตามกฏระเบียบต่างๆของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด

瑳上 詠二 ซางามิ เอย์จิ


เสียง Kashiwagi Homare (โนจิมะ ฮิโระฟุมิ)
ชั้นปี : ม.ปลายปี 3
ตำแหน่ง : รองประธานนักเรียน

มี ความสนใจในตัวนางเอกหลังจากที่มีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการนักเรียนใหม่ ตั้งตัวเองขึ้นเป็นรองประธานนักเรียน เป็นที่นิยมชมชอบทั้งชายและหญิง แต่เรื่องข่าวลือเรื่องนิสัยเจ้าชู้(หน้าม่อ)ก็เป็นที่หนึ่งเช่นกัน รู้ถึงความสามารถของนางเอก เป็นคนคิดใช้เกมขึ้นมาทำเป็นเป็นพันธสัญญา โดยลากจิงิริกับเอซาชิเข้ามาร่วมด้วย

千桐 玲一 จิงิริ เรย์อิจิ

 

เสียง Sumeragi Hayato (โฮริเอะ คาซุมะ)
ชั้นปี : ม.ปลายปี 3
ตำแหน่ง : เหรัญญิก

เพื่อน ร่วมห้องเรียนกับซางามิ เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องดำเนินการปรับเปลี่ยนโครงสร้างคณะกรรมการนักเรียน ใหม่ ที่โรงเรียนก็เข้ากับคนอื่นได้ดี แถมเป็นนักเรียนดีเด่นใครๆก็รู้จัก แต่จริงๆแล้วเป็นแค่พวกเรียลลิสที่แสวงหาผลกำไร เป็นหนุ่มแว่น แต่จริงๆแล้วเขาใส่เล่นๆเพื่อสร้างภาพ

江刺 智治 เอซาชิ โมโตฮารุ


เสียง Hiiragi Santa (โอโนะ ยูกิ)
ชั้นปี : ม.ปลาย ปี 2
ตำแหน่ง : เลขานุการ

หนุ่ม เพื่อนสมัยเด็กที่เข้ามาเป็นคณะกรรมการนักเรียนเพราะต้องการเป็นผู้ช่วยนาง เอก เป็นเพียงคนเดียวที่รู้ความลับของนางเอกอยู่แล้ว แต่ว่าดันถูกซางามิลากเข้ามาทำสัญญาด้วย เมื่อตอนเด็กๆ เพื่อจะปกป้องนางเอกที่ไม่รู้ว่าจะใช้พลังของตัวเองอย่างไรดี เขาจึงเรียนคาราเต้จนมาถึงบัดนี้

日宮 翼希 ฮิโนะมิยะ ซึบากิ


เสียง Magarine Tengu (ฟุจิวาระ ยูกิ)
ชั้นปี : ม.ปลาย ปี 1
ตำแหน่ง : นักเรียนธรรมดา

เป็น นักเรียนธรรมดาๆที่เพราะมีนิสัยร่าเริงแจ่มใสเลยมีเพื่อนเยอะ สิ่งที่ชอบคือ "เรื่องน่าสนุก" กับ "ของน่ากิน" โดยเฉพาะจะชอบของหวาน และปกติจะได้รับของหวานจากรอบข้าง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการนักเรียน แต่เพราะได้เกิดโอกาสบางอย่างทำให้เขาเข้ามาใกล้ชิดกับนางเอก

รายละเอียดซีดี

เรียงเป็นแต่ละเดือนที่มีการวางแผงนะคะ

辻咲学園生徒会の秘密 secret.01 瑳上詠二
Release Date : 25 September 2013


รายชื่อแทรค :
[1st week]
01.契約をゲームという男 (ชายหนุ่มผู้เรียกเกมว่าพันธสัญญา)
02.砂糖とスパイスと・・・・・・ (น้ำตาลกับพริกและ....)
[2nd week]
03.予想外の命令 (คำสั่งที่คาดไม่ถึง)
04.手首にキス (จูบที่ข้อมือ)
[3rd week]
05.咲かぬ花には罰を (ดอกไม้ที่ยังไม่บานต้องทำโทษ)
06.Give us kiss?
[4th week] 
07.花を手折るにはまだ早く (จะเด็ดดอกไม้ยังเร็วเกินไป)

辻咲学園生徒会の秘密 secret.02 千桐玲一
Release Date : 16 October 2013


รายชื่อแทรค :
[1st week]
01.契約を利用する男 (ชายหนุ่มผู้ใช้พันธสัญญา)
[2nd week]
02.疑いと信頼の裏切り (การหักหลังแห่งความไว้ใจและความต้องสงสัย)
03.JがQを跪かせた (J ได้คุกเข่าให้ Q)
[3rd week]
04.地固まって雨が降る (พื้นดินแข็งขึ้นฝนเลยตก)
05.Don't Look in my Eyes.
[4th week] 
06.欲しいQはダイヤかハートか (Q ที่ต้องการคือ ข้าวหลามตัด หรือ โพแดง)

辻咲学園生徒会の秘密 secret.03 日宮翼希
Release Date : 13 November 2013


















辻咲学園生徒会の秘密 secret.04 江刺智治
Release Date : December 2013

รายชื่อแทรค :
[1st week]
01.契約を知った男 (ชายหนุ่มผู้รู้ถึงพันธสัญญา)
02.猫が魔女に呪いをかけた (แมวสาปแม่มด)
[2nd week]
03.秘密に触れた (สัมผัสกับความลับ)
04.引き換えに甘いまどろみを (เอาการนอนหลับแสนหวานมาแลกเปลี่ยน)
05.Kiss you good night
[3rd week]
06.空腹な猫 (แมวผู้หิวโหย)
07.魔女の誘惑はバニラの香り (เสน่ห์ล่อหลอกของแม่มดคือกลิ่นของวานิลา)
[4th week] 
08.絡みつくキャンディの鎖 (โซ่ตรวนลูกอมที่พันผูกกัน)

โดยทุกแผ่นจะราคาเท่ากันคือ 2100 เยน (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มค่ะ)


นอกจากนี้ยังมีโบนัสซีดีพิเศษ สำหรับคนซื้อทั้งหมด 4 แผ่นของแต่ละร้านค่ะ

Bonus CD จาก Animate Onlineshop
『生徒会と秘密の箱「二人がいくまで帰れません☆」瑳上編&千桐編』
กล่องแห่งความลับกับกรรมการนักเรียน "ยังกลับไม่ได้จนว่าทั้งสองจะถึง"
คาด ว่ามี 2 แทรค แทรคแรกจะเป็นเรื่องของซางามิ เอย์จิ อีกแทรคก็อาจจะเป็นเรื่องของ จิงิริ เรย์อิจิ (CV.Kashiwagi Homare, Sumeragi Hayato) นะคะ (คาดว่าไม่ใช่ 3P นะ 5555+)

เนื้อเรื่อง : หลัง จากงานเสร็จ เมื่อจะกลับบ้าน แต่ประตูห้องกรรมการนักเรียนดันเปิดไม่ออก ! และอยู่ดีๆก็มีกล่องที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรมาวางไว้บนโต๊ะกล่องหนึ่ง บนกล่องเขียนไว้ว่า "ยังกลับไม่ได้จนว่าทั้งสองจะถึง ถ้าอยากไขมันก็เปิดกล่องออกซิ" ทั้งคุณและเขาจึงต้องเปิดกล่องออกแต่โดยดี
เรื่องของซางามิ คือ "เล่นบทคุณหมอกับคนไข้"
เรื่องของจิงิริ คือ "แฟนสาวเป็นนางปีศาจ"
แล้วทั้งสองจะได้ออกจากห้องอย่างปลอดภัยหรือไม่ !?

Bonus CD จาก Stellaworth
『生徒会と秘密の箱「二人がいくまで帰れません☆」江刺編&日宮編』
กล่องแห่งความลับกับกรรมการนักเรียน "ยังกลับไม่ได้จนว่าทั้งสองจะถึง"
คาด ว่ามี 2 แทรค แทรคแรกจะเป็นเรื่องของเอซาชิ โมโตฮารุ อีกแทรคก็อาจจะเป็นเรื่องของ ฮิโนะมิยะ ซึบากิ (CV.Hiiragi Santa, Magarine Tengu) นะคะ (คาดว่าไม่ใช่ 3P นะ 5555+)

เนื้อเรื่อง : หลัง จากงานเสร็จ เมื่อจะกลับบ้าน แต่ประตูห้องกรรมการนักเรียนดันเปิดไม่ออก ! และอยู่ดีๆก็มีกล่องที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรมาวางไว้บนโต๊ะกล่องหนึ่ง บนกล่องเขียนไว้ว่า "ยังกลับไม่ได้จนว่าทั้งสองจะถึง ถ้าอยากไขมันก็เปิดกล่องออกซิ" ทั้งคุณและเขาจึงต้องเปิดกล่องออกแต่โดยดี
เรื่องของเอซาชิ คือ "แฟนสาวเป็นแมว"
เรื่องของฮิโนะมิยะ คือ "ลองใช้ของเล่น 3 อย่างกันเถอะ"
แล้วทั้งสองจะได้ออกจากห้องอย่างปลอดภัยหรือไม่ !?

Bonus จาก ออฟฟิเชียล http://milkychain.shop2.makeshop.jp/shopbrand/003/O/
 『生徒会と秘密の箱「全員話すまで帰れません☆男だらけの赤裸々トーク!?』
กล่องแห่งความลับกับคณะกรรมการนักเรียน "ยังกลับไม่ได้จนกว่าจะได้พูดทั้งหมด ทอล์คเปลือยหมดเปลือกของหนุ่มๆทั้งนั้น !?"
เป็นโบนัสซีดีที่ได้พากย์ทั้งหมด 4 คนจากซีรีย์นี้ค่ะ

เนื้อเรื่อง :
คณะ กรรมการนักเรียนได้มารวมตัวกันโดยบังเอิญ ซางามิ จิงิริ เอซาชิ และ ฮิโนะมิยะ ตัวฮิโนะมิยะเองพยายามจะเลี่ยงกลับบ้าน แต่พอเปิดประตูห้องปุ๊บดันเปิดไม่ออก และอยู่ดีๆก็มีกล่องที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรมาวางไว้บนโต๊ะกล่องหนึ่ง หนุ่มๆจึงเริ่มรู้สึกถึงเดจาวูที่รุนแรงมาก และเมื่ออ่านบนกล่องมีคำสั่งเขียนว่า "ซีรีย์ยังกลับไม่ได้จนกว่าจะxxx♪ คราวนี้เป็นคุยกันในเรื่องหัวข้อ(ของแต่ละคน) ! ถ้าอยากรู้หัวข้อก็เปิดกล่องดูสิ" และแล้วทอล์คเปลือยหมดเปลือกในคำสั่ง "จงเล่าเรื่องที่คุณสั่งประธานนักเรียนให้ทำให้ทุกคนฟัง" ก็ได้เริ่มขึ้น...!


คุยหลังพรีวิว....
มีคนสงสัยว่า ช่วงนี้จขบ.จะชอบรีวิวแต่ 18+ เนอะ เค้าอยากบอกว่า ไม่ได้หื่นน๊า แต่เรื่องน่าสนใจดีค่ะ ถ้าอยากฟังตัวอย่างเสียง ให้ลองไปฟังได้ในออฟฟิเชียลเวปไซด์ http://www.milkychain.jp/news/417 ได้นะคะ ^^



แล้วพบกันเอนทรี่หน้านะคะ ^^



Wednesday, October 16, 2013

[Review Drama CD] Shinsengumi Mokuhiroku Wasurenagusa Vol.2 Okita Souji Disc 2

แผ่นสองมาแล้วค่า....
ยังไม่ได้อ่านแผ่น 1 ก็กลับไปรีวิวแผ่น 1 สิ

คำเตือน
แผ่นสองนี้ เต็มไปด้วยสปอยล์
และ ฉาก(เสียง) 18+ ใน Track 1 + 2 (แต่ Track 3 + 4 ไม่ติดเรทนะคะ เรียกน้ำตาได้ดีเลยหละ)
กรุณาใช้จักรยาน เอ้ย วิจารณญาณในการอ่านรีวิวด้วยนะคะ

新撰組黙秘録勿忘草 第弐巻 沖田総司編
Shinsengumi Mokuhiroku Wasurenagusa Vol.2 Okita Souji
ชินเซนงุมิ บันทึกเป็นการลับ ~ฟอร์เกทมีนอท~  โวลุ่ม 2 โอคิตะ โซจิ
CV. 鈴木達央 Suzuki Tatsuhisa

Disc 2



Track 1
   แทรคเริ่มขึ้น ในขณะที่โอคิตะซังกำลังซ้อมดาบอย่างหนัก (นับถึงครั้งที่ 3000 ทำไปได้นะคะ....) หลังจากซ้อมเสร็จ เราก็เดินเข้ามาในห้อง (ห้องไหนซักห้องที่ไม่ใช่ห้องนอนอะนะคะ) พร้อมกับอาหารค่ำ โชคดีที่โอคิตะซังหิวพอดี ก็เลยเริ่มนั่งกินอาหารที่เราเตรียมมาให้ หลังจากกินไปได้สักพัก เขาก็เกิดบอกว่าหมดแล้ว ยังกินไม่อิ่มเลย เราเลยตั้งใจจะไปทำให้เขาเพิ่ม แต่เขากลับห้ามเราไว้แล้วบอกว่า “เขาไม่ได้อยากจะกินข้าวปั้น” และเข้ามากระซิบกับเราว่า “ที่เขาอยากกิน คือตัวเราต่างหาก”
   เราก็ตกใจ เขาก็ถามว่าจะตกใจทำไม ก็สิ่งที่เราหวังคือสิ่งนี้ไม่ใช่หรือไง ที่เราพยายามใกล้ชิดเขา พยายามจะทำตัวมาเป็นผู้ดูแลเขา ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงเขาจริงๆหรอก เราก็ปฏิเสธ แต่โอคิตะซังก็ดักคอว่าไม่ต้องมาโกหก และตั้งใจจะจูบเราอีก แต่คราวนี้ไม่ใช่จะจูบที่ริมฝีปาก “แต่เป็นที่อื่นต่างหาก” เราก็ผละหนีอีก เขาก็หัวเราะอีกครั้ง และบอกว่าเราหน้าแดงใหญ่เลย แล้วเขาก็บอกว่าผู้ชายเวลาเห็นผู้หญิงทำหน้ากังวลแบบนี้ละ มันทำให้เกิดอารมณ์ชั้นดีเลย
   หลังจากนั้นเขาก็จะถามเราด้วยเสียงเมาๆ (เสียงทัสซึนหละ พากย์คุณลิงก็เสียงเมา 555+ -- นอกเรื่อง) ว่าอยากให้เขากินเราตรงไหน แขนเหรอ ? ขาเหรอ ? หรือ คอ ? (เอ่อ...แกเป็นแวมไพร์เหรอคะ...อุย คุณเป็นแวมไพร์เหรอคะ 555+)  เราก็หนีอีกเรื่อยๆ โอคิตะซังก็เลยถอนใจ และ บอกเราว่า ถ้าจะหนีก็รีบๆหนีไปซะ หลังจากนั้นเราก็บ้าจี้กับคำพูดโอคิตะซังโดยการเดินออกไป พร้อมเสียงบานเลื่อนที่ปิดลง
   หลังจากเราออกไป โอคิตะซังก็มาพึมพำกับตัวเองอีกครั้งว่ามันคงดีที่สุดแล้ว เขาคงไม่มีค่าพอให้ใครมารักได้หรอก... หลังจากนั้นโอคิตะซังก็ไอออกมารุนแรงอีกครั้ง เราที่วิ่งออกไปก็วิ่งกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งหนึ่ง โอคิตะซังก็ถามเราว่ากลับมาทำไม แค่อากาศหนาวก็เลยไอเท่านั้นเอง เราจึงบอกว่าจะให้ความอบอุ่นแก่โอคิตะซัง โอคิตะซังเลยดึงเราเข้ามากอด และบอกว่า “もう知らないよ(จะเกิดอะไรขึ้นเค้าไม่ขอรับรู้แล้วนะ)” หลังจากนั้นก็จับเรามาจูบ (ไอ่ฉากนี้เขาจับเราจูบยังงัยก็ลองใช้ประสาทฟังแล้วเดากันเองแล้วกันค่ะ 5555+)
   หลังจากถอนจูบออก เขาก็บอกว่า อาจจะมีคนเข้ามาเห็นเรา แต่ไม่จำเป็นต้องเสียเวลากลับไปที่ห้องนอน แล้วก็จูบอีกครั้ง เมื่อเขาเห็นเราไม่ขัดขืน เขาก็ถามและเหมือนจะปล่อยให้เราตัดสินใจอีกครั้งว่าจะหนีหรือไม่หนี แต่เพราะเรายืนยันว่าไม่หนี  เขาก็เลยคิดว่า สิ่งนี้เราคงจะหวังให้มันเกิดขึ้นมานานแล้วสินะ.... (เราตอบในอากาศไปแล้วค่ะว่า そうかもしれないです อาจจะใช่ก็ได้ กร๊ากกก)
   แล้วเขาก็ก้มลงถามเราอีกว่า ตอนที่ถูกจูบครั้งแรก รู้สึกอย่างไรบ้าง เราก็ทำหน้างงๆ โอคิตะซังก็บอกว่า “ลืมไปแล้วเหรอ ถ้างั้นทำแบบนี้แล้วจะจำได้รึยัง” แล้วก็ก้มจูบอีก แล้วก็บอกว่าห้ามละสายตาแล้ว จ้องตาเขาพร้อมตอบคำถามของเขาด้วย หลังจากนั้นเขาก็ถามอีกว่านอกจากเขาแล้ว เราเคยทำแบบนี้กับใครอีกรึเปล่า ? เราก็ส่ายหน้า โอคิตะซังก็หัวเราะเบาๆ และ บอกว่า “แบบนี้ก็สนุกละสิ เพราะครั้งแรกของเรา เขาได้ฮุบเอาไว้หมดแล้ว” แล้วก็มีเสียงผ้าเปิดออก โอคิตะซังก็ชมว่าสวย (อ๊ากก อะไรสวยค๊า) แล้วก็ก้มลงจูบ (จูบตรงไหนไม่รู้ ตอนรีวิวเค้าไม่ได้ใส่หูฟัง 555+) นานๆไปค่อยจูบแรงขึ้นเรื่อยๆ เราก็เริ่มดิ้น โอคิตะซังเลยบอกให้เราทนไว้ และอยู่นิ่งๆรองรับริมฝีปากของเขาไป...
   จูบเสร็จ โอคิตะซังก็ถามว่าเราแน่ใจนะที่จะมอบมันให้กับเขา แล้วเขาก็บอกว่า นอกจากเขาแล้วก็ยังมีชายหนุ่มดีๆอีกตั้งมากมาย แล้วก็พยายามให้เราตอบคำถามของเขาให้ได้ (เอ่อ เราเคลิ้มกับริมฝีปากของโอคิตะซังไปแล้วค่ะ แอ่กกกกก ) แล้วเขาก็บอกเราว่าเที่ยงตรงดีนะ ทำให้เขารู้เลยว่า ร่างกายของเราได้บอกว่า เราต้องการให้เขารักเราบ้าง แต่โอคิตะซังก็บอกว่า ที่เขาทำกับเราแบบนี้ไม่ใช่เพราะเขารักเรา แต่มันเป็นเพราะอารมณ์ที่พาไปต่างหาก เขาไม่ใช่ของๆเรา แต่เราเป็นของเขา และต้องทำทุกอย่างตามคำสั่งของเขาเท่านั้น
   หลังจากนั้นเขาก็เข้ามากระซิบกับหูเราอีกครั้งว่า จะเติมเต็มให้กับเราทุกซอกทุกมุม (ห๊ะ มาจิเด้ๆๆๆๆ) และสั่งให้เราอ้อนวอนขอร้องเขา โดยการใช้เสียงอ้อนวอน และ ทำให้เขาเกิดอารมณ์ก็พอแล้ว ก่อนที่จะคะยั้นคะยอเราให้พูดอีก จนเราพูดออกมา เขาจึงตกลงที่จะเติมเต็มให้กับเรา

Track 2
   ในแทรคนี้ก็เป็นฉาก 逢瀬 โอเซะ (แปลว่าฉากนัดพบกันลับๆ) ของจริงแล้วค่ะ สถานที่คาดว่าจะกลับมาที่ห้องนอนของโอคิตะซังแล้วหละนะ โอคิตะซังก็อยู่ข้างหลังแล้วคอยกระซิบพร้อมกับจูบไปเรื่อยๆ (ส่วนมากจะเน้นจากข้างหลังมากกว่านะคะ) ที่เราได้ยินเสียงจูบจากข้างๆนี่ คือ  เขากำลังจูบเราจากข้างหลังน่ะค่ะ ส่วนคำพูด เขาก็พูดเล้าโลมเราไปเรื่อยๆนั่นหละ ว่าอย่าลังเลที่จะเปิดเผยทุกอย่างให้เขาเห็น เพราะเขาอยากจะเห็นสภาพเราที่มีน้ำตาเล็ด หายใจไม่ทั่วท้อง และ ร้องเสียงดังต่อหน้าเขา
   หลังจากจูบเสร็จ เขาก็สังเกตว่าเราพยายามเอามือปิดหน้า เขาเลยบอกให้เลิกเอามือปิดซะที เพราะต้องการเห็นหน้าเราตั้งแต่ต้นยันจบ แล้วก็จูบอีกครั้ง แล้วก็บอกว่าตอนนี้เราดูยั่วเขาเป็นที่สุดเลย และเขาก็ต้องการรู้ว่าเราจะจริงจังกับเขามากแค่ไหน อย่างเช่น จะยอมตายคาอกเขาไหม หรือ จะกล้าบอกว่ารักเขาได้ไหม เราก็เลยบอกว่ารัก แต่โอคิตะซังก็บอกว่า แค่พูดไม่เชื่อหรอก มันต้องพิสูจน์ ว่าถ้าเขาทำอะไรเรา เราจะไม่ขัดขืนเด็ดขาด
   ในทันใดนั้น เขาก็เลื่อนมือขึ้นมาบีบคอเราทั้งสองข้าง แล้วถามว่าเจ็บมั้ย หรือ รู้สึกดีอย่างไม่คาดคิดละ แล้วก็จูบอีกเรื่อยๆ เราพยายามดิ้น เขาก็บอกว่าทั้งๆที่เราพูดว่ารักเขา แต่ทำไมถึงต่อต้านเขาเล่า... แล้วก็ไซโคเราต่อว่า ที่เราคอยแต่มาดูแลเขา เพราะว่าสังเวชเขา รวมถึงเพราะคำสั่งของคอนโด้ซังกับฮิจาคาตะซังใช่มั้ย เราก็เหมือนจะบอกว่าไม่ใช่ โอคิตะซังก็บอกว่าไม่ต้องพยายามปฏิเสธขนาดนั้นก็ได้ บอกว่าถ้าอยากให้เขาเชื่อ ก็ต้องเลิกขัดขืนเขาก่อนนะ
   เมื่อเราเลิกขัดขืน เขาก็เลยปล่อยมือของเขาออกจากคอเรา เราก็หายใจระรัว แล้วเขาก็จับเราไปจูบอีก และสัมผัสตัวเราไปเรื่อยๆ และเขาก็หัวเราะอีก แล้วบอกเราอีกว่าเรากำลังคิดให้เขาเป็นห่วงเราอยู่ใช่ไหม แต่เปล่าเลย แล้วเขาก็หลุดหัวเราะออกมาอีก เมื่อเห็นสภาพเราแบบนี้ มันช่างดูน่าอาย แต่มันก็สวยดี ยิ่งเราอยู่ในสภาพแบบนี้ยิ่งทำให้เขาอยากมากขึ้นไปอีก และบังคับให้เรายั่วเขามากขึ้นไปอีก เราก็ร้องไห้ โอคิตะซังเลยบอกว่าห้ามร้องไห้ ร้องไห้แค่ไหนเขาก็ไม่เห็นใจหรอก... ถ้าอยากถูกกระทำแบบอ่อนโยน ก็น่าจะไม่เลือกเขาตั้งแต่แรก ก่อนที่จะถามว่า ต่อไปจะให้ทำให้เจ็บปวดแบบไหนต่อไปดี เพราะอยากเห็นว่าเราจะทนเขาได้ไปอีกนานแค่ไหน....
   หลังจากนั้นเขาก็จูบเราอีกครั้ง ก่อนที่จะพาเราเข้าไปหาแสง พร้อมกับลากตะเกียงขึ้นมา เพื่อให้มองเห็นร่างกายเราชัดมากขึ้น หลังจากที่มองเห็นแล้ว เขาก็ก้มลงจูบกับร่างกายเราอีกครั้ง เราก็เริ่มดิ้น เขาก็เตือนว่าห้ามดิ้น ก่อนที่จะกัดที่ตัวเราจนเราร้องด้วยความเจ็บ เขาก็บอกให้เราทนไว้ เพราะถ้าเราร้องออกไป จะมีคนรู้ว่า โอคิตะซังกำลังทำผิดกฎของกลุ่มชินเซนและถูกฆ่าได้ เขาก็กัดเราอีกครั้ง เราก็ร้องอีก และมองหน้าโอคิตะซังด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรุนแรงกับเราแบบนี้
   โอคิตะซังเมื่อเห็นสายตาของเราแล้ว เขาก็บอกว่าอย่าทำแบบนั้นได้ไหม ยิ่งเขาเห็นเขายิ่งเจ็บปวด และก็จูบอีกเรื่อยๆ และ คำว่ารักก็ไม่จำเป็นต้องพูดกับเขาอีกแล้ว และ บอกให้เราพยายามทนเก็บเสียงเอาไว้ หรือว่า ยิ่งเราร้อง ยิ่งกังวลว่าจะมีใครมาเห็นเข้า มันจะยิ่งทำให้ความต้องการลุกโชนขึ้นมาละ แล้วก็จูบอีก โอคิตะซังเงยขึ้นมาพูดกับเราอีกครั้งว่า เขาอยากจะอยู่แบบนี้ไปนานๆ
    หลังจากนั้น เขาก็เหมือนจะบอกอะไรสักอย่างกับเราว่าเขาจะทำให้เราเป็นอะไรที่ขาดเขาอีก ไม่ได้เลย จะทำให้เราหลงเขาหัวปักหัวปำ แต่เราต้องพูดว่ายินดีให้เขาทำกับเราก่อน และบังคับให้เราพูดอีก เราก็เลยบอกว่า ต้องการ เขาจึงจัดให้เราทันที ก่อนที่จะบอกกับเราเป็นคำสุดท้ายว่า “「刻んであげます、君の身体の隅々にまで、僕の証を・・・僕がいるって・・・、居たって証を・・・・・キミに 残すよ・・・」
(ไม่ขอแปลนะคะ ชักจะกลายเป็นรีวิวเรทละ 5555+)

  หลังจากเสร็จภารกิจ เขาก็กระซิบกับเราอีกว่า ตอนเช้าทำทุกอย่างให้เป็นเหมือนเดิมเหมือนว่าไม่คืนไม่เคยเกิดเรื่องนี้ขึ้น นะ แต่เพราะเขาสังเกตว่าเราหลับไปแล้ว เขาก็ถอนใจ แล้วบอกว่า หลับบนร่างของเขาเนี่ยนะ ขืนทิ้งเอาไว้ต้องเป็นปอดบวมตายแน่ และ โอคิตะซังก็ก้มกระซิบกับเราที่หลับไปแล้วอีกครั้งว่า เรื่องที่เขาป่วยเป็นโรคอะไร ห้ามไปบอกใครเลยนะ ถ้าเราไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใคร สักวันเราจะได้ฟังคำนั้นจากเขาแน่ๆ “คำว่ารัก” จากเขานั่นเอง....

Track 3
ในเช้าวันต่อมา เราก็มาพบกับโอคิตะซังกำลังเล่นกับนกตัวเดิม เขาก็เรียกเราเข้าไปหาเขา แต่พอเราเข้าไปหาเขา นกตัวนั้นก็บินหนีไปอีก โอคิตะซังก็หัวเราะเยาะอีก และ โทษว่าเราไปทำหน้าแปลกๆใส่นก มันก็เลยหนีไป แต่ไม่นาน นกก็กลับมา และ บอกว่านกมันอาจจะจำหน้าเราได้แล้วก็ได้ แต่ว่าเขาควรจะปล่อยให้มันเป็นอิสระดีกว่า ก่อนที่จะปล่อยมันไปโดยไม่รู้ว่าจะได้พบกันอีกมั้ย
  โอคิตะซังได้บอกกับเราว่า ถ้าหากเขาทำได้ เขาอยากจะเห็นความเจริญก้าวหน้าของกลุ่มชินเซน ของคอนโด้ซัง และ ฮิจิคาตะซัง ให้ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก แต่ถึงแม้จะไม่รู้อีกว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้างหน้า เขาก็จะยังอยู่กับกลุ่มชินเซนต่อไปแน่นอน ถ้าเขาหนีไปตอนนี้ เขาก็จะไม่ได้รับการให้อภัยเลย ถ้าเกิดขึ้น เขาอาจจะอยู่บนโลกนี้ไม่ได้อีกแล้ว เราก็ทำหน้าเศร้า เขาก็บอกว่าเขาแค่สมมติ และก็หาว่าเราบ้าอีก ยังงัยเขาก็ต้องพยายามต่อไปอยู่แล้ว
   แล้วเราก็ถามว่าแล้วจะพยายามต่อไปเพื่อใคร เขาก็เลยเฉลยว่าจริงๆแล้วมันคือคำว่า「動かねば闇にへだつや花と水」แต่เราก็ยังไม่เข้าใจ เขาเลยเฉลยอีกว่า  水 น้ำ คือ คอนโด้ซังและฮิจิคาตะซัง และ รวมเราอยู่ในนั้นด้วย ซึ่งก็คือ 花 ดอกไม้ นั่นเอง เราก็ยังงงอยู่ เขาก็เลยหลอกด่าเราว่านี่เราจะโง่ไปถึงไหนเนี่ย (อธิบาย นิด เท่าที่เราเข้าใจคือ โอคิตะซังคงหมายถึงคนที่สำคัญในชีวิตของเขา ถ้าไม่มีคนสำคัญในชีวิตเขา เขาก็คงจะดำรงอยู่ต่อไปในโลกนี้ไม่ได้)
    หลังจากนั้น โอคิตะซังก็ไล่เราให้ไปทำงานต่อ เพราะยังมีงานอีกมากต้องสะสาง แต่ก็ไม่ลืมที่จะนัดให้เราไปหาเขาในตอนกลางคืน (ท่าทางจะติดใจ *-*) ก่อนที่เราจะเดินไป หลังจากนั้น โอคิตะซังก็ไอออกมาอีกครั้ง เขาคิดในใจว่าทำไมเวลาเขารู้สึกว่าใกล้ความตายเข้ามาทุกขณะ แต่เขากลับรู้สึกไม่กลัวความตายนั้นเลย อาจจะเป็นเพราะ เขาได้อยู่กับคอนโด้ซัง ฮิจิคาตะซัง รวมถึงเรา ก็ทำให้เขามีความสุขมากพอแล้วก็ได้ ยังงัยเขาก็ยังอยากจะเห็นความยิ่งใหญ่ของพวกคอนโด้ซังต่อไป
   โอคิตะซังได้รู้ว่าสิ่งที่เขาทำได้ในขณะที่เวลาเหลือไม่นานคืออะไร ถ้าหากเขายังมีรอยยิ้มให้กับทุกคน ก็เพื่อเราเท่านั้น และเราจะรู้บ้างไหมนะ ว่าเขารู้สึกกับเราแบบนี้ ถ้าหากว่าคำอธิฐานของเขาเป็นจริง เขาจะ ภาวนาขอให้คอนโด้ซัง ฮิจิคาตะซัง และตัวเรา มีอนาคตที่ส่องสว่าง เหมือนกับพระจันทร์ในคืนที่เห็นที่โรงเตี๊ยมอิเคดะยะ เขาจะเดินชีวิตของเขา เพื่อเห็นความสุขของคนพวกนั้น จนกว่าจะถึงวันที่เขาจะหายไปจากโลกนี้....

Track 4 Free Talk by ทัสซึน เอ้ย Suzuki Tatsuhisa
ก็จะเป็นหลังจากอัดเสียงจบของทัสซึนนะคะ เสียงของทัสซึนดูเหมือนไปวิ่งจนเหนื่อย (ฮา) เขาก็จะบอกว่า เวลาที่ได้อัดเสียงนี่ ก็ยากลำบากเหมือนกัน ไม่เคยพากย์อะไรแบบนี้มาก่อน ต้องทั้งไอ ทั้งเล่าเรื่องไปด้วย และก็พยายามอย่างเต็มที่สำหรับฉาก 18+ ด้วย 5555+ ต่อไปก็เป็นคำถามว่าในชินเซ็นงุมินี่ชอบใครมากที่สุด ทัสซึนก็บอกว่า เขาไม่ค่อยได้มีความสนใจในตัวชินเซ็นงุมิซักเท่าไหร่ (แนวๆว่าทัสซึนตกวิชาประวัติศาสตร์ด้วยปะ 5555+) เขาบอกว่าช่วงที่ชอบก็คือสมัยเฮอัน ก็เลยสนแต่สมัยนั้น แล้วมาพากย์โอคิตะก็อ่านประวัติมาบ้างแต่ก็ไม่ได้ชอบใครเป็นพิเศษเลย แล้วเขาก็บอกว่า ดัมมี่เฮดไมค์ก็ใช้บ่อยเหมือนกันช่วงนี้จนชินไปแล้ว (ช่วงนี้สปีดทัสซึนจะเร็วไปไหนเหมือนกำลังจะไปเข้าห้องน้ำรึเปล่า 555+ ทัสซึนพูดอะไรเกี่ยวกับดัมมี่เฮดนี่หละ)
   แล้วมาถึงเมสเซจที่จะฝากให้คนฟังก็ ทัสซึนก็บอกแค่ว่า “รีกลับไปฟังได้ครับ” แล้วก็จบเลย 5555+

โอเค จบการรีวิวเพียงเท่านี้ค่ะ....
เฮ้อ...สงสารโอคิตะซังอะ ไม่ถูกฆ่าตายแต่ก็เป็นโรคตาย
ชินเซ็นงุมินี่เป็นกลุ่มที่น่าสงสาร และ น่าสรรเสริญมาก ที่ยอมตายเพื่อความจงรักภักดีของตัวเอง
ถ้าใครฟังแล้วคิดว่ามันผิด เพี้ยนๆสามารถติติงได้ตลอดนะคะ ถ้าไม่ถูกต้องอย่างไร
เพราะภาษาญี่ปุ่นก็นะไม่ใช่ภาษาแม่เราจะได้มาฟังทีเดียวแล้วเข้าใจแบบละเอียดยิบได้...

แล้วเจอกันเมื่อชาติต้องการค่าาาาาาาา


[Review Drama CD] Shinsengumi Mokuhiroku Wasurenagusa Vol.2 Okita Souji


วันนี้เรามารีวิวดราม่าซีดีเกี่ยวกับกลุ่มชินเซนกันดีกว่า จากที่เคยได้รีวิวรวมๆไป ในเอนทรี่นี้ (จิ้มสิ)

วันนี้เรามารีวิวกันคนต่อคน แผ่นต่อแผ่นกันเลยดีกว่า

ประเดิมด้วยหนุ่มคนนี้เลย


 

Okita Souji
หัวหน้าหน่วย 1 แห่งกลุ่มซามูไรสมัยเอโดะ ชินเซนงุมิ
ผู้รับใช้และจงรักภักดีต่อรัฐบาลโชกุนจนถึงวาระสุดท้าย
ถ้าให้พูดถึงประวัติของโอคิตะซังก็คงจะยาว จึงขอตัดๆไปแล้วกันนะคะ
เราไปเริ่มรีวิวตั้งแต่แทรคแรกจนถึงแทรคสุดท้ายกันดีกว่า

*เนื่องจากโวลุ่มนี้ มี 2 แผ่น จึงขอรีวิวแยกเป็นเอนทรี่นะคะ เอนทรี่ละแผ่น

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทุกอย่างที่โอคิตะซังได้เจอกับนางเอก เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นนะคะ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องจริง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงเตี๊ยมอิเคดะยะ หรือ แม้แต่เรื่องที่โอคิตะซังป่วยเป็นวัณโรค เป็นเรื่องจริงที่อิงมาจากประวัติศาสตร์ค่ะ ส่วนโอคิตะซังเอส หรือ ยันเดเระรึเปล่านั้น ก็อาจจะไม่เป็นจริงเหมือนกัน  อาจจะต้องไปจุดธูปหรือเคาะโลงศพของโอคิตะซังที่วัดเซนโซจิขึ้นมาถามได้ค่ะ (ใครจะกล้าทำห๊ะ /คนรีวิวโดนปารองเท้าใส่)

新撰組黙秘録勿忘草 第弐巻 沖田総司編
Shinsengumi Mokuhiroku Wasurenagusa Vol.2 Okita Souji
ชินเซนงุมิ บันทึกเป็นการลับ ~ฟอร์เกทมีนอท~  โวลุ่ม 2 โอคิตะ โซจิ
CV. 鈴木達央 Suzuki Tatsuhisa

Disc 1



Track 1
   แทรคเริ่มโดยคำบอกเล่าของโอคิตะซัง โดยโอคิตะซังจะเล่าถึงตัวของเขาเอง และบอกอีกว่ากลุ่มชินเซนนั้น อาจจะมีตัวตนอยู่เพื่อปกป้องและคุ้มครองโตเกียวให้ปลอดภัย แต่สำหรับเขามันไม่ใช่ ที่เขายืนอยู่ได้ทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะเพื่อใคร นอกจากคอนโด้ อิซามิ และ ฮิจิคาตะ โทชิโซเท่านั้น หากมีทั้งสองคนนั้นที่ไหน ต้องมีเขาอยู่ที่นั่น  และในวันนั้น.... วันที่ 5 เดือนมิถุนายน ปี 1864 ในคดีครั้งที่ 6 “Ikedaya Jiken หรือ คดีอิเคดะยะ”  นั่นเอง
   ในวันนั้น โอคิตะซังได้นำหน้าไปที่โรงเตี๊ยมอิเคดะยะก่อนพร้อมกับกลุ่มของคอนโด้ซัง (ในวันนั้นกลุ่มชินเซนได้แบ่งออกเป็นสองกลุ่มเล็ก มีกลุ่มของคอนโด้ซังกับฮิจิคาตะซัง แล้วโอคิตะซังก็อยู่ในกลุ่มของคอนโด้ซังด้วย) เมื่อกลุ่มของคอนโด้ซังมาถึงหน้าโรงเตี๊ยม ก็สังเกตว่าข้างในโรงเตี๊ยมมืดสนิท ต่างกับข้างนอกที่พระจันทร์กำลังสาดส่อง หลังจากนั้นฝ่ายของคอนโด้ซังก็เริ่มบุกก่อน ก็เกิดการต่อสู้กัน โอคิตะซังก็สู้ไปเรื่อยๆ รุกเข้าไปเรื่อยๆ จนเขาเริ่มหลงกับคอนโด้ซัง (เสียงฟันกันนี่แบบว่า เอาให้แขนขาขาดกันไปเลยใช่ไหมเนี่ย)
   เมื่อโอคิตะซังก็เริ่มสังเกตว่าเขาหลงกับคอนโด้ซัง(เข้ามาในฝูงศัตรูแล้ว) เขาก็เริ่มมองหาคอนโด้ซังไปด้วย ต่อสู้ไปด้วย แต่ไม่นานเขาก็เริ่มไอออกมา จนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนไม่อาจจะหยุดไอได้ แต่ก็ยังสู้ต่อไปจนแทบจะไม่ไหว โอคิตะซังล้มลง เขาไม่ต้องการจะตายที่นี่ ปากของเขาก็ยังพร่ำแต่ชื่อของคอนโด้ซังกับฮิจิคาตะซังจนสติค่อยๆจางหายไป...

Track 2
   ในตอนเช้า เมื่อโอคิตะซังตื่นขึ้น ก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องตัวเอง เมื่อนึกขึ้นได้ถึงเรื่องเมื่อคืนเขาก็รีบลนลานหาคอนโด้ซังกับฮิจิคาตะซัง เพื่อถามถึงคดีอิเคดะยะ แต่ไม่พบพวกเขา ยกเว้นเรา(นางเอก+คนฟัง)ที่เฝ้าไข้เขาอยู่ เราพยายามไม่ให้โอคิตะซังขยับตัวมากไป แต่โอคิตะซังก็ยังลนลานดิ้นๆเรื่อยๆ จนไอออกมาอีกครั้งถึงจะสงบได้ หลังจากนั้นเขาก็จะถามเราว่าพวกคอนโด้ซังเป็นอย่างไรบ้าง เราก็จะบอกว่าทุกคนปลอดภัยดี เขาจึงโล่งอก
   หลังจากนั้นโอคิตะซังจะถามเราว่าทำไมเราถึงอยู่ในห้องนี้แล้วเราเป็นใคร เรากำลังจะตอบแต่โอคิตะซังก็หุนหันขึ้นมาว่าเขาไม่ต้องการรู้แล้ว ไปเรียกคอนโด้ซังกับฮิจิคาตะซังมาเยี่ยมเขาที แต่เราตอบว่าไปเรียกไม่ได้ เพราะว่าทั้งสองคนกำลังมีธุระอยู่ข้างนอกต่อจากเมื่อคืน โอคิตะซังเลยบอกว่าเพราะฉะนั้นเขาคงต้องพักเพื่อให้หายแล้วไปช่วยงานคอนโด้ ซังต่อ และเหมือนเรากำลังจะพูดอะไรสักอย่าง แต่โอคิตะซังบอกว่าเขาขี้เกียจจะฟังเราพูด และ เขาก็พูดถึงคอนโด้ซังว่าเป็นคนอ่อนโยนอยู่แล้ว เวลาใครป่วยหรือตายเขาจะร้องไห้ง่ายมาก (จริงเหรอ คอนโด้ซังเซนซิทีฟเหมือนกันนะเนี่ย....--คนรีวิว) 
   หลังจากนั้นเราจะขอโอคิตะซังไปดูแลคอนโด้ซังด้วย แต่โอคิตะซังก็บอกว่าอย่าไปเลย เพราะคอนโด้ซังอาจจะไม่ชอบผู้หญิงแบบเราก็ได้ (โหยยย ฮิโด้ยยย) แต่แล้วโอคิตะซังก็เข้าใจผิด เพราะจริงๆแล้วเราเป็นสาวใช้ที่ทำงานให้กลุ่มชินเซน เราเล่าให้โอคิตะซังว่าพ่อแม่เราถูกฆ่าตอนเกิดคดีอิเคดะยะ (ไม่รู้ว่าใครฆ่านะคะ แต่คงไม่ใช่กลุ่มชินเซน(มั้ง)) แถมเรายังพอทำกับข้าวได้  เราเลยถูกเก็บมาเป็นสาวใช้
   หลังจากนั้นโอคิตะซังจะนอนพักผ่อน เราก็ถามว่าจะให้หาหมอไหม แต่เขาบอกว่าไม่อยากได้หรอก แต่คอนโด้ซังบอกว่าตอนเห็นเลือดของโอคิตะซังเขาตกใจมาก โอคิตะซังก็บอกว่าคอนโด้ซังก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว แล้วเราก็ถามว่าไม่เรียกหมอจะดีเหรอ เพราะโอคิตะซังไอน่ากลัวมาก โอคิตะซังก็บอกว่ามันเป็นแค่หวัดเฉยๆ หลังจากนั้นเขาก็จะไล่เราออกไปเพราะเขานอนไม่หลับถ้ามีคนอยู่ด้วย แล้วเขาก็คลุมโปงไป แล้วบอกว่าถ้าคอนโด้ซังกลับมา ให้มาเรียกเขาด้วย หลังจากเราออกไป เขาก็พึมพำว่า อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป เพื่อต่อสู้เพื่อคอนโด้ซังและฮิจิคาตะซัง และ เขายังสู้ต่อไปได้ แม้จะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม....
   ในวันต่อมา ฝนก็ตก โอคิตะซังลุกขึ้นมาจากเตียงเมื่อเห็นเราเดินเข้ามาในห้อง เขาก็ทักว่าเอาหมอมาเขาก็ไม่พบหรอก เพราะเขาดีขึ้นเยอะแล้ว สังเกตได้จากเมื่อวานที่เขาลุกไปซ้อมดาบได้แล้ว ทั้งคอนโด้ซังและฮิจิคาตะซังต่างพยายามให้เขาไปหาหมอ แต่เขาก็บอกว่าน่ารำคาญเหมือนกับที่เราพยายามตามหมอมารักษาเขา ทั้งๆที่เขาก็หายดีแล้ว (ทั้งๆที่ท่านก็ยังไอกระจายอยู่อะนะ....) หลังจากนั้นเราก็จะบอกว่าต่อไปนี้เราจะมาดูแลโอคิตะซังแทน แต่โอคิตะซังก็บอกว่าไม่ต้องการอีก และกำลังจะไปบอกคอนโด้ซังว่าไม่อยากได้มาเรามาดูแลให้ แต่เราก็ห้ามไว้แล้วบอกว่า ทั้งคอนโด้ซังและฮิจิคาตะซังเป็นห่วง โอคิตะซังก็โวยวายว่าเป็นห่วงเขาทำไม แล้วก็โวยวายๆ แต่ก็หยุดได้เพราะเขาไออกมาอีกครั้ง หลังจากนั้นโอคิตะซังก็ไล่เราออกไป เขาไม่ต้องการเห็นหน้าเรา เราจึงเดินออกไป หลังจากเราออกไปแล้ว เขาก็พึมพำอีกว่า ทำไมต้องมาดูแลเขาด้วย ทั้งๆที่เขาห้ามให้มายุ่งกับเขาแท้ๆ พร้อมกับเสียงฝนที่ตกต่อไปจนจบแทรค

Track 3
   แทรคเริ่มขึ้น ในขณะที่โอคิตะซังกำลังเล่นกับนก แต่นกก็บินหนีไปเมื่อเราเดินเข้ามา โอคิตะซังยังแสดงท่าทางรำคาญเรา เขาบอกเราว่าเขารู้สึกอึดอัดและอารมณ์เสียทุกครั้งเวลาเราเข้ามาใกล้ ในขณะนั้นเขาก็เข้ามาใกล้เรา และ บอกว่าถ้าหากเราทำให้เขารำคาญมากๆ เขาอาจจะฆ่าเราให้ตายเลยก็ได้ ถ้าเราตายตั้งแต่คดีอิเคดะยะก็คงจะดีไม่น้อย และยังมาเหมาว่าเราอาจจะเป็นสายของกลุ่มโจชู (ที่เป็นศัตรูของชินเซนงุมิ) ก็ได้ใครจะไปรู้ โอคิตะซังก็จะพูดเรื่อยๆให้เรารู้สึกอยากร้องไห้ แต่เขาก็บอกว่าน้ำตาของเราก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก หลังจากนั้นเขาก็จะเดินออกไป และ บอกเราว่าให้ยืนรอนกกลับมา แล้วขอโทษนกที่ทำให้ตกใจ ถ้าหากพรุ่งนี้เขากลับมาแล้วไม่เจอนก เขาจะโทษว่าเป็นความผิดของเราด้วย
   ในตอนกลางคืน ขณะที่โอคิตะซังกำลังซ้อมดาบ เขาก็เกิดเหนื่อยกะทันหัน และ เห็นเราเดินเข้ามาหาเขา เพื่อที่จะห้ามไม่ให้เขาหักโหมกับการซ้อมมากเกินไป โอคิตะซังเลยเกิดอาการโมโหโวยวาย เมื่อรู้ว่าที่เรามาหาเขาโดยไม่ใช่คำสั่งของคอนโด้ซัง โอคิตะซังยังบอกอีกว่าเขาไม่ได้หักโหมอะไรเลย เมื่อก่อนเขาก็ซ้อมแบบนี้ไม่เห็นจะตายอะไรตรงไหน หลังจากนั้นโอคิตะซังก็ไอออกมาอีก เขาบอกว่าไม่ต้องการให้ใครมาทำเป็นห่วงเขา ที่เขาทำทุกอย่างเพราะเพื่อคอนโด้ซังและฮิจิคาตะซังเท่านั้น หลังจากนั้นเขาก็กลับไปที่ห้องนอน ตามที่เราต้องการ

Track 4
   ในคืนต่อมา โอคิตะซังได้สั่งให้เราเอาห่อผ้าบางอย่างมาให้กับเขา (น่าจะเป็นเสื้อผ้าของโอคิตะซังนั่นหละ) พอ มาถึงห้อง เขาก็สำรวจของที่สั่งให้เราเอามาให้ และสั่งให้เราเอาโอบิไปเก็บไว้ในลิ้นชักในห้องเขา หลังจากนั้น เขาจะสังเกตเห็นว่าเราไม่กลับห้อง(ของเรา)เสียที เลยถามว่าทำไมยังไม่ออกไปอีก เพราะเมื่อวานเราก็มาที่ห้องเหมือนกัน เราเลยบอกว่าเพราะว่าเกิดอะไรขึ้นบางอย่าง ทำให้เราเอาของที่โอคิตะซังให้ไปเอามาส่งให้เขาช้าเกินกำหนด โอคิตะซังเลยพูดกับเราว่าถึงจะมาสายหรือยังงัยเขาก็ไม่ใส่ใจ เพราะเขาก็ไม่เคยคิดจะให้เรามาเป็นผู้ดูแลเขาอยู่แล้ว ถ้าอย่างงั้นเขาอาจจะไปบอกคอนโด้ซังว่าไม่ต้องให้เรามาดูแลเขาแล้ว
   แต่โอคิตะซังก็ตัดบทไปถึงกฎวินัยของกลุ่มชินเซน เพราะถ้าใครไม่ทำตามกฎ โทษก็คือฆ่าทิ้งอย่างเดียว ไม่ว่าจะใครหน้าไหนทั้งนั้น แต่ถึงเราจะตายเขาก็ไม่คิดอะไร อย่างที่เขาว่าไป เขาไม่ต้องการคนดูแลอยู่ตั้งแต่ต้นแล้ว แต่เราก็ยังปฏิเสธ และ ตั้งใจจะดูแลโอคิตะซังต่อไป โอคิตะซังจึงเกิดความรำคาญถึงขีดสุด เขาจึงบอกกับเราว่าจริงๆเขาทนไม่ไหวที่จะฆ่าเราแล้ว เมื่อเขาชักดาบขึ้นมา เราก็เริ่มกลัว โอคิตะซังจึงถามเราว่าก่อนตายอยากสั่งเสียอะไรมั้ย ก่อนที่จะบอกลากับเรา อย่างไม่เสียดายชีวิตของเราเลย
   แต่เราก็พูดอะไรขึ้นมาบางอย่างขึ้นมา โอคิตะซังก็หัวเราะ และถามว่า หากเขายังไม่หายป่วย ก็ยังฆ่าเราไม่ได้ สินะ แล้วก็ยังหัวเราะต่อไป และ คิดว่าเราต้องบ้าแน่ๆ สุดท้ายโอคิตะซังว่าเฉลยว่ายังงัยเขาก็ไม่ฆ่าเราง่ายๆหรอก (โหยAiba...เล่นซะเหมือนจริงขนาดนั้น ใครไปอยู่ให้ฟันได้ง่ายๆละ ) ถ้าเขาฆ่าเรา ฮิจิคาตะซังคงจะโกรธเขาเอาได้ และ เก็บดาบไป และหลอกด่าเราไปเรื่อยๆ จนเกือบจบแทรค ก่อนที่จะไล่เรากลับไปยังห้องของตัวเอง หลังจากเรากลับไปแล้ว เขาก็บ่นกับตัวเองอีกครั้ง ทำไมถึงไม่ออกห่างเขาเสียทีนะ ทั้งๆที่เขาใจร้ายกับเราแบบนี้...

Track 5
   เรายังอยู่ช่วยเหลือดูแลโอคิตะซังอยู่ จนผ่านไป 2 เดือนกว่า โอคิตะซังถามเราว่าไม่เบื่อมั่งเลยเหรอที่ฝืนตัวเองดูแลเขาแบบนี้ แล้วเราก็ถามว่า จะถามทำไมว่ากี่เดือนแล้ว เขาก็บอกว่าไม่มีอะไร แต่เพราะเขาคงเห็นหน้าเราจนเบื่อเขาก็เลยถอนใจเท่านั้น เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เราก็คอยอยู่กับเขาตลอด ในขณะนั้นเรากำลังยกตะกร้าผ้าเพื่อจะเอาไปซัก แต่ก็ไปสะดุดกับอะไรบางอย่างหกล้มจนได้ โอคิตะซังจึงหัวเราะสะใจ เขาบอกว่าวันนี้โล่งใจได้หัวเราะเยาะเราอีกแล้ว แล้วเขาก็เดินจากไปตามฟอร์ม แต่เราถามว่าโอคิตะซังจะไปไหน โอคิตะซังเลยบอกว่าเขาจะไปอาบน้ำ และ เขาก็สั่งให้เราเอาน้ำเย็นมาให้เขาตอนกลางคืนที่ห้องด้วย
   ในตอนกลางคืน เราก็มาที่ห้องของโอคิตะซัง เขาสั่งให้เราวางน้ำไว้ แล้วคุยกับเราเกี่ยวกับฤดูร้อนที่กำลังจะผันเปลี่ยนเป็นใบไม้ร่วง แล้วเราก็ถามเขาว่าสุขภาพของเขาดีขึ้นบ้างรึเปล่า เขาก็ตอบว่าดีขึ้นอะไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่อิเคดะยะมันเป็นเพราะขาดเลือดไปชั่วครู่เท่านั้น ไม่ได้ร้ายแรงอะไรอย่างที่เรากลัว แต่เราก็ทักโอคิตะซังว่าเขาผอมไป เขาก็แก้ตัวว่าอาจจะเป็นเพราะหน้าร้อนไม่เจริญอาหารก็ได้มั้ง ถ้าฤดูเปลี่ยนไปเขาคงจะกลับมากินได้เหมือนเดิม
   ว่าแต่ เขาสังเกตว่าตั้งแต่ที่เจอเรา เราก็ทำตัวเป็นห่วงเป็นใยเขามาตลอด เราก็บอกเขาว่า เพราะโอคิตะซังเป็นคนที่อ่อนโยน โอคิตะซังก็ด่าเราว่า บนหัวมีดอกไม้งอกขึ้นมาหรือไง (ไม่รู้มันมีความหมายแฝงรึเปล่านะ - -*) เขาเริ่มอารมณ์บูด และ บอกว่าการที่ได้คุยกับเรามันเป็นเรื่องน่าเบื่อมาก แล้วก็ทักเราว่า จะยืนอยู่ทำไม ก็หาที่นั่งสักที่ในห้องสิ แล้วเราก็เลือกไปนั่งข้างๆเขา เพื่อมองดูพระจันทร์ด้วยกัน แล้วโอคิตะซังก็นึกขึ้นได้ว่าพระจันทร์ที่เขาเห็นตอนนี้ กับ ตอนที่เห็นที่อิเคดะยะ จะสวยเหมือนกันขนาดนี้ ทำให้นึกถึงตอนเหตุการณ์ที่อิเคดะยะ เราก็นึกขึ้นได้อีกอย่าง เลยลุกขึ้น และ ชวนโอคิตะซังไปเดินเล่นด้วยกัน แต่เขาก็บ่ายเบี่ยง และ ปล่อยเราไปเดินคนเดียว แต่สุดท้ายเราก็ไม่ไป เลยเลือกจะอยู่ข้างเขาจนกว่าเขาจะหลับ เขาจึงบอกว่างั้นไม่เป็นไร ถ้าอยากจะอยู่กับเขาสองต่อสองในห้องเวลากลางคืนแบบนี้ละก็ ให้ปิดบานเลื่อนให้หมด
   หลังจากที่ปิดเรียบร้อย โอคิตะซังก็เข้ามาใกล้ชิดกับเรา และ บอกว่าเรานี่มันโง่จริงๆ ที่ไว้ใจเขามากเกินไป เขาได้บอกกับเราว่าเรื่องราวของพระจันทร์ ก็ราวกับชีวิตของคนๆหนึ่งที่กำลังจะสิ้นไปเช่นกัน เขาบอกอีกว่าหากเราไม่ต้องการจะให้เขานอนหลับคนเดียว ก็นอนด้วยกันที่นี่เลยเป็นไง (คำพูดค่อนข้างล่อแหลมค่ะ เลยตัดไว้เผื่อมีเด็กเข้ามาอ่าน 555+) เราก็สะบัดหัวปฏิเสธ แต่เขาก็หัวเราะแล้วบอกว่าล้อเล่น
   โอคิตะซังยังบอกอีกว่าที่ๆเขายืน คือที่ๆมีคอนโด้ซังกับฮิจิคาตะซังและกลุ่มชินเซนยืนอยู่เท่านั้น เพราะว่านอกจากพวกเขาแล้ว อะไรก็ไม่สำคัญต่อโอคิตะซังอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว หรือ ใครๆทั้งนั้น เพราะเมื่อก่อน ถึงจะมีครอบครัว แต่เขาคิดว่าเวลาเขาตายก็คงต้องตายอย่างโดดเดี่ยว แต่เพราะตอนนี้เขามีคอนโด้ซัง กับ ฮิจิคาตะซัง ราวกับครอบครัว เขาจึงต้องมีชีวิตอยู่เพื่อพวกเขาเท่านั้น
   หลังจากนั้น เขาจึงถามว่า ทำไมเราถึงเอาแต่อยู่ข้างๆเขาแบบนี้ ทั้งๆที่รู้แล้วว่าเขาไม่มีใจให้ใครอีก (ฮิโด้ยอะเกน) แต่เราก็ตอบว่าเพราะเราเป็นห่วงเขา เขาก็บอกว่าเขาหายดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาเป็นห่วงเป็นใยเขาอีกแล้ว แต่เราก็บอกเขาไปอีกว่าเราไม่ได้สังเวชความอ่อนแอของเขาเหมือนที่เขาคิด แต่โอคิตะซังก็ยังสั่งให้เราไม่ต้องสงสาร ไม่ต้องห้ามเขาอย่างโน้นอย่างนี้อีก และ บอกว่าเขาจะสู้ต่อไป ต่อให้ไม่สบายอยู่แบบนี้หละ
   หลังจากนั้นเราก็เริ่มร้องไห้ โอคิตะซังจึงถามว่าจะร้องไห้ไปทำไม เขาเข้าใจว่าทุกคนเป็นห่วง แต่เขาไม่ชอบจริงๆที่จะมีคนมาเป็นห่วงเป็นใยเขา เขาต้องการแข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อเป็นคนที่แข่งแกร่งที่สุดในกลุ่มชินเซน แต่เพราะเรายังร้องไห้ต่อไป เขาเลยเข้ามาใกล้ๆเราแล้วบอกว่า การที่เราคิดว่าเขาเป็นคนอ่อนโยนตั้งแต่แรก แท้จริงเป็นเราต่างหากที่มีจิตใจสะอาดบริสุทธิ์ เขาเข้าใจว่าเราเป็นห่วงเขาด้วยความจริงใจ แต่ว่าเขาก็รู้ดีว่าเขาไม่ดีพอจะให้ใครมาให้ความรักความห่วงใย
   แต่เพราะต้องการรู้ว่าเราจะอ่อนโยนถึงขนาดยอมให้เขาทำอะไรเราโดยไม่โกรธหรือไม่ โอคิตะซังจึงเอื้อมหน้าเข้ามาจูบเรา (จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก จุ๊บๆทัสซึนนนนนน /กำเดาหก) จูบเสร็จเราก็อึ้งไปสักพัก โอคิตะซังจึงได้ใจ ก็เลยจับเราจูบอีกครั้ง แต่เพราะเรารู้ตัวว่าเราเริ่มล่วงล้ำเส้นเกินไปแล้ว เราจึงเป็นฝ่ายผละเขาออก โอคิตะซังนึกว่าเราไม่ชอบ จึงได้กล่าวขอโทษเรา และไม่คิดจะล่วงล้ำเราอีก หลังจากนั้น เขาจึงบอกว่าจะนอน และปล่อยเรากลับไปนอนที่ห้องของตัวเอง ก่อนที่จะกล่าวฝันดีกับเรา ทั้งๆที่เขาไม่เคยพูดกับเราเลย....


และแล้ว แผ่น 1 ก็จบสมบูรณ์แล้วค่ะ
ถ้าใครฟังแล้วคิดว่ามันผิด เพี้ยนๆสามารถติติงได้ตลอดนะคะ ถ้าไม่ถูกต้องอย่างไร
เพราะภาษาญี่ปุ่นก็นะไม่ใช่ภาษาแม่เราจะได้มาฟังทีเดียวแล้วเข้าใจแบบละเอียดยิบได้...
คราวหน้าแผ่น 2 ติดเรทแล้วนะก๊ะ......
ใครอายุไม่ถึง 18+ รบกวนอ่านรีวิวแล้วอยู่ในการควบคุมของผู้ปกครอง
หรือ ห้ามแบ่งเพื่อนอ่านเด็ดขาดเลยน้ออออ


ไปละค่า เจอกันเอนทรี่หน้า ในอนาคตสั้นๆนี้.....

[Mini Review] Drama CD その愛は病にいたる

เย้ !!!!! มาเจอกันอีกแล้วค่ะ ช่วงนี้เดี๋ยวฝนก็ตกเดี๋ยวก็ไม่ตกเนอะ
เปื่อยๆๆๆๆๆช่วงนี้ TT

วันนี้เรามีดราม่าซีดีสำหรับสาวๆที่ชอบ ยันเดเระ + เอโร มาฝากด้วยค่ะ
โดยดราม่าซีดีซีรีย์นี้ เป็นดราม่าซีดีจากค่าย Operetta ผู้พัฒนาเกม Otome, BL
เป็นค่ายที่สร้างดราม่าซีดี Youmu ~Imma no kare to mukaeru asa~ ที่เราเคยรีวิวในเอนทรี่ที่แล้วด้วย
มีชื่อว่า その愛は病にいたる (sono ai wa yamai ni itaru)
ภาษาไทยคือ “เมื่อรักนั้นเป็นต้นเหตุสู่การเจ็บป่วย” นั่นเอง....
ส่วนเรื่องจะเกี่ยวกับอะไรนั้น เราไปอ่านกันในรีวิวนี้ค่ะ




      เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับหนุ่มสองคน ซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเด็กกับเราทั้งคู่ ในปัจจุบัน เขาทั้งสองจะอาศัยอยู่ข้างบ้านเรา(นางเอก)ค่ะ โดยหนุ่มคนแรก ที่อาศัยอยู่บ้านข้างขวา เป็นหนุ่มวัยเดียวกับเราที่เรียนห้องเรียนเดียวกับเราด้วย มีชื่อว่า “มามิยะ คาโนเอะ” (คนผมทอง) นายนี่สนิทกับเราตั้งแต่เด็ก และมีประสบการณ์เลวร้ายที่ไม่สามารถปกป้องเราตอนที่เขายังเป็นเด็กได้ เขาเลยตั้งมั่นตั้งใจว่าเขาจะอยู่ข้างๆและปกปองดูแลเราให้ได้ค่ะ ผู้ที่ให้เสียงนายคาโนเอะ คือ “คุณโนริยูกิ”
      ส่วนนายคนที่อาศัยอยู่บ้านข้างซ้าย มีชื่อว่า “ชิมาโนะ ฮารุโตะ” (คนผมดำ) นายคนนี้อายุมากกว่าเราค่ะ แถมยังเข้าสังคมได้ง่ายด้วย ในอดีตนายนี่ก็มีอดีตที่เลวร้ายเหมือนกันนะ กล่าวคือ พ่อและแม่ของเขาถูกฆ่าตายทั้งคู่ (ถ้าไม่สปอยล์จะเห็นว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่จริงๆแล้วเป็นฆาตกรรมค่ะ) ตอนนี้อาศัยอยู่คนเดียวเช่นกัน และ เป็นเหมือนพี่ชายที่แสนดีของเราและนายคาโนเอะ โดยมักจะทำกับข้าวมาให้ทานเป็นประจำด้วย ผู้พากย์นายฮารุโตะนั้น ถ้าบางคนที่ไม่ได้เล่นเกมโอโตะเมะ 18+ จะไม่ค่อยรู้จักเขานะคะ (ขนาดตัวจริงเรายังไม่รู้จักเลย เพราะผลงานยังถือว่าน้อย)
      เรื่องมันมีอยู่ว่าตอนเด็กๆเนี่ย เราถูกคนโรคจิตลักพาตัวไป แต่ถึงจะถูกปล่่อยตัวออกมา แต่เราก็ต้องบาดเจ็บไปทางจิตใจแล้ว แต่ถึงกระนั้น เราก็ได้ใช้ชีวิตอยู่กับนายคาโนเอะ และ นายฮารุโตะมายันโต โดยได้รับการช่วยเหลือและปกป้องจากสองคนนั้นมาตลอด และ อยู่มาวันหนึ่ง ชายหนุ่มทั้งสองก็เริ่มมีอาการที่แปลกๆไป....

คราวนี้มาพูดถึงจำนวนแผ่นซีดีในซีรีย์นี้ดีกว่า....
ซีดีซีรีย์นี้ ประกอบด้วยซีดี 3 แผ่นด้วยกันค่ะ( ราคา 3,000 เยน) โดยชื่อแทรคจะแบ่งดังนี้ (สปอยล์จะมาอีดิททีหลังนะคะ ขอฟังละเอียดกว่านี้อีกนิด....)
CD 1
1. 穏やかな日常 (ชีวิตประจำวันที่แสนสงบ)
2. 春人が望む絆 (สายสัมพันธ์ที่ฮารุโตะต้องการ)
3. 奇妙な変化 (ความเปลี่ยนแปลงอันแปลกประหลาด)
4. 相談 (คำปรึกษา)
5. 運命の分岐点 (ทางแยกของโชคชะตา)
หมายเหตุ : แผ่น แรกจะมีความยาวประมาณ 50 นาทีค่ะ โดยแทรค 1-4 จะเป็นเนื้อเรื่องที่เราใช้ชีวิตประจำวันกับสองหนุ่ม ส่วนแทรคสุดท้ายจะเป็นแทรคทางแยกที่เราต้องเลือกว่าจะจบกับนายคาโนเอะ หรือ นายฮารุโตะ
CD 2
1. 叶衛とのベストエンド『門出』(เบสท์เอนด์กับคาโนเอะ การออกเดินทาง)
2. 叶衛とのバッドエンド『護る視線』(แบดเอนท์กับคาโนเอะ สายตาที่คอยปกป้องดูแล)
หมายเหตุ : ความยาวประมาณ 42 นาทีค่ะ เป็นแผ่นที่เฉลยเรื่องราวของการลงเอยกับนายคาโนเอะทั้งหมด
CD 3
1. 春人とのベストエンド『目隠しの幸せ』(เบสท์เอนด์กับฮารุโตะ ความสุขที่บังตา)
2. 春人とのバッドエンド『青い扉』(แบดเอนท์กับฮารุโตะ ห้องสีน้ำเงิน)
3. ボーナストラック (โบนัสแทรค)
หมายเหตุ : สองแทรคแรกความยาวประมาณ  41 นาทีค่ะ เป็นแผ่นที่เฉลยเรื่องราวของการลงเอยกับนายฮารุโตะทั้งหมด ส่วนแทรคโบนัสจะเป็นเรื่องราวแบบโอมาเกะสั้นๆต่อจากแบดเอนท์ของนายคาโนเอะ ค่ะ (แทรคนี้ฮาดี นายฮารุโตะจะลากนายคาโนเอะเข้าห้องสีน้ำเงิน O_O!!)

       หลายคนคงสงสัยว่าทำไมนักพากย์ถึงขนาดต้องใช้ชื่อปลอม ?  เราจะบอกให้ค่ะว่า ดราม่าซีดีนี้เป็น เรท 18+ ค่ะ !! ซึ่งจะมีฉากเรทในแผ่นตอนจบของหนุ่มทั้งคู่ค่ะ และยังใช้ไมโครโฟน 3 มิติ (อยู่ในตระกูลเดียวกับดัมมี่เฮดไมโครโฟน) ซึ่งเวลาเสียบหูฟังจะได้ยินเสียงแบบรอบทิศทางอีกด้วย ซึ่งในฉาก 18+ ถ้านายคนนั้นทำอะไรเรา ก็จะเป็นเสียงแบบ 3 มิติเหมือนกับเขามากระซิบอยู่ข้างหูเราเลยค่ะ....
     ฮะฮะ...ชักอยากฟังขึ้นมาแล้วใช่มั้ยล่า....... อย่ารอช้า สั่งแผ่นมาฟังโลดค่า~!!!!!

เอนทรี่นี้ขอเป็นเด็กดีสนับสนุนผลงานของเซย์ยูที่ตัวเองชอบนะคะ



สปอยล์แต่ละแผ่นมาคราวหน้าค่ะ
สวัสดีค่า~~~~~~~~~~~~~

[Mini Review] Drama CD 妖夢~淫魔のカレと迎える朝~


คุณยังจำความฝันของคุณได้ไหม ???


วันนี้เรามีดราม่าซีดีน่าสนมาแบ่งกันฟังค่ะ
(ไฟล์ขอหลังไมค์นะ 555+ )

โดยดราม่าซีดีนี้ เป็นดราม่าซีดีที่ถูกผลิตขึ้นโดยบริษัท Operetta ผู้ผลิตเกมโอโตเมะ + BL

มีชื่อซีดีว่า 妖夢~淫魔のカレと迎える朝~
(โยวมุ เช้าวันใหม่ที่กำลังจะมาถึง กับเขาผู้เป็นมารฝัน)
(ภาษาไทยมันแปลกหน่อยนะคะ ถ้าใครอยากแก้ก็หลังไมค์มาหาเราหน่อย ช่วยกันทำมาหากิน

//โดนจับไปโบกปูน....)





        ดราม่าซีดีนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับชายหนุ่มพี่น้องสองคนที่อาศัยอยู่ข้างบ้านเรา แถมยังเรียนโรงเรียนเดียวกับเราด้วย จริงๆแล้วทั้งสองจะเป็นครึ่งคนครึ่งปีศาจ(Incubus) แต่ละแทรคในซีดีจะแบ่งเป็นฉากความจริง(เหตุการณ์เกิดที่โรงเรียน+ที่บ้าน) และจะมีอีกฉากซึ่งเป็นฉากความฝัน ซึ่งฉากความฝันจะเป็นฝันที่ชายหนุ่มทั้งสองสร้างขึ้นเพื่อทำให้เขาเข้ามาก่อกวน หรือใช้เวทย์มนต์เพื่อแกล้งเราได้ค่ะ...
        ซีดีซีรีย์นี้จะแบ่งเป็น 2 แผ่น แผ่นแรกจะเป็นการดำเนินเรื่องในแต่ละวัน (รวมถึงแต่ละฝัน) ของนางเอก แทรคสุดท้ายในแผ่นแรกจะเป็นแทรคที่ให้นางเอกตัดสินใจว่าจะเลือกนายเคย์หรือ นายเอย์ค่ะ พอเข้าแผ่นที่สอง ก็จะแยกเป็น Happy Ending กับนายเคย์+นายเอย์ หรือ Bad Endingกับนายเคย์+นายเอย์ ปิดท้ายด้วยแทรคเราสามคน(ไม่เลือกใครเลย) ค่ะ...

แนะนำตัวละคร

Kugami Kei (CV: Miyashita Eiji)
อายุ 17 years ปี
นักเรียนม.ปลาย ปีสาม

        นายเคย์เป็นแฝดคนพี่ค่ะ  เป็นหนุ่มนักกีฬา ไม่ชอบการเรียน เป็นคนที่ชอบใช้อารมณ์มาก่อนเหตุผล ขี้งอน แต่เป็นผู้ชายที่มั่นคง โปร่งใส และจริงจังในความรักอย่างมาก คอยปกป้องนางเอกตั้งแต่เด็ก จนทำให้เกิดความรักกับนางเอกที่แสดงออกมาโจ่งแจ้งไปหน่อย

Kugami Ei (CV: Sugiyama Noriaki)
อายุ 17 ปี
นักเรียนม.ปลาย ปีสาม

        นายเอย์ น้องชายฝาแฝดของนายเคย์ เป็นคนนิ่งๆ แต่ภายในของนายเอย์ค่อนข้างเป็นจอมวางแผน เพราะฉะนั้นในฝันเวลาได้แกล้งเรา(นางเอก)จะชอบทำหน้าตายมาก นอกจากจะเป็นกีฬาแล้ว ยังเป็นคนเรียนเก่ง เลยถูกนายเคย์คอยอิจฉาตลอด...

        เรื่องการใช้เวทย์มนต์นายเคย์จะเป็นคนที่ควบคุมเวทมนต์ของตัวเองให้เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการได้น้อยกว่านายเอย์ (ใช้มนต์ไม่เก่งนั่นเอง...) ในขณะที่นายเอย์ถึงจะนิ่งๆ แต่เขาก็เก่งไปซะทุกด้าน จนนายเคย์ต้องแอบไปเจ็บใจอยู่บ่อยๆ

        ถึงพี่น้องสองคนนี้จะต่างกันแบบสุดขั้ว แต่ก็ต้องมีจุดเหมือนกันบ้างหละ...อย่างเช่นความเป็นสุภาพบรุษ ความรัก ความจริงใจที่มีให้กับนางเอก สองคนนี้ก็มีแบบไม่แพ้ใครเหมือนกัน....
      
เนื้อหาทั่วๆไป...
        เนื้อหาดราม่าซีดีนี้ จะว่าเอโร่ยไหม....? มันก็เอโร่ยนิดๆหน่อยๆ วับๆแวมๆนะคะ ไม่ถือว่าเป็น 18+ จะเอโร่ยก็เป็นตอนฉากความฝันเท่านั้น อย่างฉากเราอยู่ในความฝันสภาพเปลือยกายเอย (มีการถูกเสกให้ใส่แต่ผ้ากันเปื้อนตัวเดียวด้วย) ถูกนายเคย์กับนายเอย์คอยลวนลามทางคำพูด+สายตาเอย (นายเคย์จะชอบแก้ตัวว่าเขาไม่ได้อยากให้เราแก้ผ้าแบบนี้หรอก แต่เพราะเขาใช้เวทย์มนต์ไม่เก่ง เขาก็เลยไม่รู้วิธีเสกเสื้อให้เราใส่ ส่วนนายเอย์จะหน้าตายว่า เธอเปลือยก็ไม่เห็นเป็นไร เพราะฉันจะไม่ทำอะไรเธอมากไปกว่า ดู อยู่แล้ว....)
        ส่วนฉากความจริง นายเคย์กับนายเอย์ก็จะเป็นคนธรรมดา เป็นเพื่อนข้างบ้านที่สนิทกับเรา ที่โรงเรียนนายเคย์จะเป็นนักกีฬา ส่วนนายเอย์ไปเอาดีด้านเป็นคณะกรรมการนักเรียน นายเคย์จะชอบแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของกับเราตลอด(ก็เพราะคอยดูแลปกป้อง เรามาตั้งแต่เด็กนั่นหละ...) ในขณะที่นายเอย์ก็คอยเป็นตัวขัดขวางพี่ชายของเขากับเราตลอด โดยไม่ได้พูดสักนิดว่ารู้สึกอย่างไรกับเรา... (แนวๆตั้งใจเป็นเพื่อนพระเอก แต่ถ้าเราเลือกเขา เขาก็พร้อมเป็นพระเอกแบบนั้นหละ....)
        นอกจากมีฉากที่โรงเรียน ที่บ้าน ฉากในฝัน ยังมีฉากเดทอีก ซึ่งเป็นแทรคสำคัญก่อนที่นางเอกจะได้เลือกว่าจะลงเอยกับใครนั่นหละคะ....

คนรีวิวชอบใครมากกว่ากัน ?
        ส่วนตัวเราชอบนายเอย์นะ คะ (ทั้งๆที่เราชอบผู้ชายเอโร่ยๆ เอสๆ เหมือนนายเคย์ 5555+) อาจจะเป็นเพราะนายเอย์ค่อนข้างนิ่ง และ อ่อนโยนกว่าพี่ชายเขามาก แถมยังเรียกเราว่า “เจ้าหญิง” ตลอด > <” ไม่เหมือนนายเคย์ที่ขานี้จะอารมณ์ร้อนได้ตลอดอีก.... แต่เสียดายอะ จุ๊บๆไม่ค่อยมี 5555+ กับคนพี่จุ๊บๆจะเยอะกว่านั่นหละ...

เซย์ยู
        ส่วนเซย์ยู สาวๆคงจะรู้จักกันดีทั้ง สุงิยาม่าซัง และ มิยาชิตะซัง มิยาชิตะซังเรายอมรับว่าไม่รู้จัก O_o! จนกระทั่งมารู้ว่าเขาเป็นผู้พากย์ Fujiyama Arashi หรืออราชิคุง แห่งเกม TMGS3 นั่นหละ (แถมยังใช้นามแฝงไปพากย์เกม Koezaru wa akai hana ด้วย...) แต่สุงิยาม่าซังนี่เคยดูอนิเมะที่เขาฝากผลงานไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง พ่อบ้านดำ หรือ เฮตาเลีย และเราคิดว่าโทนเสียงแบบนี้ของสุงิยาม่าซังที่ใช้พากย์นายเอย์นี่เป็นเสียงที่เราค่อนข้างชอบทีเดียวหละคะ....

เพลงประกอบซีรีย์
        ส่วนเพลงประกอบที่ใช้ในซีรีย์นี้ก็มีอยู่สามเพลงด้วยกัน แต่เพลงที่เราชอบคือเพลงฉากในฝันค่ะ เพราะมันเข้ากับเนื้อหาในซีดีมาก เวลาที่ได้อยู่ในความฝันที่หนุ่มๆสร้างขึ้น และถูกหนุ่มๆทำอะไรก็ได้กับเรานั่นหละ.....แต่รู้สึกเสียงเพลงจะดังกว่า เสียงเซย์ยูไปนิด บางฉากก็เลยไม่รู้ว่า ทำอะไรกันอยู่นะ ? จิ้นไม่ออก 5555+



หวังว่าได้อ่านแล้วคงเริ่มอยากฟังกันบ้างแล้วนะคะ
ถ้าอยากให้รีวิวเป็นแทรคๆเลยนี่ ก็ต้องเอนทรี่ต่อๆไปแล้วละคะ 55555+
ใครฟังแล้วก็มาเม้นกันได้นะคะ *-*

Tuesday, October 15, 2013

[Drama CD] Shinsengumi Mokuhiroku ~Wasurenagusa~


Situation CD 新撰組黙秘録 勿忘草
Situation CD บันทึกเป็นการลับ ชินเซนงุมิ วาซุเระนางุสะ


Official Site : http://rejetweb.jp/wasurenagusa/
Posted Image




Drama CD ใหม่ โดยค่าย Rejet ค่ะ (ค่ายโปรดเราเลยหละ...)
เป็นดราม่าซีดีที่เกี่ยวกับชินเซนงุมิ โดยจะเล่าถึงช่วงที่มีกลุ่มนักรบชินเซนงุมิเกิดขึ้น
และ เรา(นางเอก)ได้เข้าไปมีความสัมพันธ์กับหนุ่มๆในชินเซนงุมิค่ะ


โดยในซีรีย์นี้จะออกซีดีเป็น 6 แผ่น โดยออกแผ่นละเดือน

เดือนนี้ก็กำลังจะออกโวลุ่ม 3 ในวันที่ 26 กันยายน นี้ค่ะ

~ คำอธิบายเกี่ยวกับดราม่าซีดีแผ่นนี้ ~

新撰組隊士達との切なくも激しい逢瀬
การนัดพบ(ที่เป็นความลับ)ที่รุนแรงแสนเจ็บปวดกับกลุ่มชินเซนกุมิ

局中法度、士道不覚悟の上、
นอกจากเคียวคุจูฮัทโต(กฏควบคุมวินัยของกลุ่ม) ทางเดินที่ไม่ได้เตรียมพร้อม

ひとには言えない ひとよの、逢瀬
การนัดพบในคืนหนึ่ง ที่ไม่สามารถบอกใครได้

その花言葉は「誠の愛」
ภาษาดอกไม้นั้นคือ "รักแท้"

6枚連続発売決定!
วางขาย 6 แผ่นติดต่อกัน

勿忘草(わすれなぐさ)新撰組を題材にしたダミーヘッドマイク使用のシチュエーションCDです。
Situation CD หัวเรื่อง Wasurenagusa ชินเซนงุมิ ที่ใช่ดัมมี่เฮดไมค์ในการอัดเสียง

激動の時代に生きた隊士、「もしもあの時一緒にいられたら?」という想定シチュエーションCD。
การมีชีวิตอยู่ของเหล่านักรบในช่วงกลียุค ซีดีเหตุการณ์สมมติที่ว่า "ถ้าหากตอนนั้นคุณได้อยู่กับเขาละก็....?"

シナリオを手掛けるのは「DIABOLIK LOVERS」シナリオ陣。
จากทีมงานผู้เขียนซิเนริโอ้ Diabolik Lovers

----
ひとには言えない、ひとよの逢瀬
นัดพบในคืนหนึ่ง ที่บอกใครไม่ได้

ときは幕末、激動の時代に生きた──
มีชีวิตอยู่ในช่วงกลียุค ปลายสมัยเอโดะ

新撰組の隊士達と、あなたは狂おしい恋に落ちる。
เมื่อคุณตกหลุมรักอันบ้าบิ่นกับเหล่านักรบชินเซนงุมิ

元治元年、京都三条木屋町の旅館・池田屋に、新撰組は襲撃をかけようとしていた。
ในปี 1864 ณ โรงแรมชื่ออิเคดะยะ ในเมืองคิยะมาจิ เขตซังโจ จังหวัดเกียวโต ที่ชินเซนงุมิตั้งใจโจมตีใส่

「新選組に、この魂を捧げる──」
"อุทิศจิตวิญญาณนี้ ให้แด่ชินเซนงุมิ"

「刀に滴る鮮血は、俺の意志をより一層強くする」
"เลือดสดๆที่อาบดาบนั้น จะทำให้แข็งแกร่งเกินกว่าความประสงค์ของฉัน"

「時には粛清役としてかつての仲間さえ手にかけることもある。
"ในบางครั้ง เราก็ต้องอยู่ในบทบาทของผู้ทำลายล้าง แม้แต่กับเพื่อนในอดีต

けれど新選組への忠義があれば、眉ひとつ動かさずにこなすことができた」
แต่หากมีความจงรักภักดีต่อกลุ่มชินเซนงุมิ ก็สามารถจะทำได้โดยเส้นผมไม่ขยับแม้แต่เส้นเดียว"

「そう、お前が現れるまでは────。」
"ใช่....จนกระทั่งเธอปรากฏตัวขึ้น"

池田屋騒動とも言われるその事件の前後に、彼らと「もし出あったら?」───。
ก่อนและหลังจากเหตุการณ์ความวุ่นวายในโรงเตี๊ยมอิเคดะยะ "ถ้าหากได้พบกัน" กับพวกเขา

勿忘草(わすれなぐさ)───あなたは、その花言葉の意味を知る。
วาซุเระนะงุสะ... คุณจะได้เข้าใจความหมายของภาษาดอกไม้ชนิดนี้

เกร็ดความรู้
Posted Image
ดอก วาซุเระนางุสะ เป็นดอกไม้อยู่ในพันธุ์ Forget me not ไม้ยืนต้น ถิ่นกำเนิดอยู่ที่ทวีปยุโรป จะบานในเดือน เมษายน - พฤษภาคม มีหลายสี เช่น สีชมพู สีฟ้า สีม่วงอมฟ้า สีขาว

ส่วนนี่คือรายนามของหนุ่มๆนักพากย์ และ ตัวละครค่ะ
(ทุกคนเคยมีชีวิตอยู่จริงในอดีตของญี่ปุ่นด้วยค่ะ)

Shinsengumi Mokuhiroku Wasurenagusa Daiikkan Saitou Hajime CV. Takahashi Naozumi
Release Date : 25 July 2012
ชินเซนงุมิ หัวหน้าหน่วย 3 ครูดาบ
อายุ 20 ปี สูง 170 ซม.
"ฉันมีการฝึกฝนพิเศษให้กับเธอ โทษฐานที่ทำให้ฉันคนนี้ต้องรอเก้อ"

Posted Image

Reviewer's comments : ไซโต้ซังดูเป็นคนที่ค่อนข้างเงียบ เก็บอารมณ์เก่ง และจงรักภักดีต่อชินเซนงุมิมาก สังเกตได้จากในดราม่าซีดีที่เขาพูดว่า "เพื่อชินเซนงุมิแล้ว หากเขาต้องพลีชีพในที่ต่อสู้ตรงนั้นเลย เขาก็ยอม" ภายนอกถึงเขาจะดูซึนเดเระไปหน่อย แต่พอเข้าฉาก 逢瀬 (ฉากพบกันแบบลับๆนั่นหละ) เขากลับกลายเป็นคนที่เหมือนจะขาดความรักซึ่งเขาต้องการให้เรา(คนฟัง)เติม เต็มให้กับเขานั่นหละ อ่อนโยน แต่ดูโอเระซามะ เอาแต่ใจตัวเองไปหน่อย ส่วนเสียงนักพากย์ คุณทาคาฮาชิ นาโอะซุมิ ก็เซ็กซี่ได้ใจมาก ค่อนข้างชอบผู้ชายเสียงโทนแบบนี้นะ ไม่ต้องเข้มมากมาย ก็เซะซี่เสะเมะได้เหมือนกัน... (เสียดายอะ นาโอะซุมิซังทำงานหลักเป็นนักร้องเลยไม่ค่อยได้พากย์เท่าไหร่ ถ้าพากย์เยอะๆก็คงจะดีเนอะ....)
แต่ขอตินิดนึง....เราโดนจับหันหน้าไปจูบทางซ้ายบ่อยมาก ไม่กลัวคนฟังคอหักเหรอคะ ใช้ดัมมี่เฮดไมค์ทั้งที่ เวลาจูบอะไรงี้อยากให้จุ๊บตรงกลางเหมือนกับใน Diabolik Lovers จัง ก็เข้าใจนะ ว่าอยากให้สมจริง แต่ถ้าจูบแบบนี้แล้ว คนฟังคงอาจจะมีโอกาสได้คอหมุนติ้วเหมือนหุ่นยนต์ก็ได้นะ 

อ้าว...แล้วใครจะเถียง 555555+ 

ระดับความได้ใจ : 

ซีรีย์นี้เริ่มต้นได้ดีมากสำหรับโวลุ่มแรก เพราะฉะนั้นที่เหลืออย่ายอมแพ้เค้าน๊าาาาาาาาาาาา

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////

Shinsengumi Mokuhiroku Wasurenagusa Dainikan Okita Souji CV. Suzuki Tatsuhisa
Release Date : 29 August 2012
ชินเซนงุมิ หัวหน้าหน่วย 1 ครูดาบ
อายุ 20 ปี สูง 176 ซม.
"คิดว่าร้องไห้แล้วจะทำให้เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ โทษทีนะ....น้ำตานั่นใช้กับผมไม่ได้หรอก"

Posted Image

Reviewer's comments : โวลุ่มนี้เข้าทำนองนิยายดรา ม่าเข้ามาบ้างแล้ว เนื่องจากโอคิตะซังมีโรคประจำตัว ซึ่งหากใครรู้เขาอาจจะได้ออกจากชินเซนงุมิก็ได้ โอคิตะเป็นอีกคนที่จงรักภักดีต่อกลุ่มชินเซนมาก สังเกตจากที่เขากำชับเรา(คนฟัง)ไม่ให้บอกคอนโด้ซังกับฮิจิคาตะซังเืรื่อ งอาการป่วยของเขา เพราะไม่ต้องการให้พวกคอนโด้ซังเป็นห่วง แต่อีกมุมหนึ่งซึ่งไม่มีใครรู้ "นอกจากโอคิตะซังเป็น เอส แ้ล้ว ยังจะเป็น ยันเดเระ อีกด้วย" ในฉาก 逢瀬 ในใจเราตอนฟังก็คิดในใจไปด้วย "นี่โอคิตะซังเห็นเราเป็นแอปเปิ้ลสินะ" จะรุนแรงกับเราตลอดฉาก (รุนแรงแบบไหนนั้น 18+ ค่ะ อุบๆๆๆๆ) และยังกำชับกับเราตลอดว่าที่เขาเต็มเต็มให้กับเรา ไม่ใช่เพราะเขารักเรานะ แต่เป็นเพราะอารมณ์พาไปต่างหาก แต่ตอนสุดท้าย เขาก็ได้รู้ว่า ถึงเขาจะเป็นโรคร้ายที่ไม่รู้เมื่อไหร่จะพรากชีวิตของเขาไป เขาก็ยังมีความสุขที่ได้อยู่กับเรา ได้อยู่กับคอนโด้ซัง ฮิจิคาตะซัง เขาไม่จำเป็นต้องกลัวโรคร้ายนั่นอีกแล้ว สรุปว่า กึ่งๆแฮปปี้ค่ะโวลุ่มนี้ ยังดีกว่าของไซโต้ซังอะ ตอนจบเราต้องจากกันซะงั้น ส่วนเสียงนักพากย์ สุซุกิ ทัตสึฮิสะซัง ก็ถ่ายทอดความเป็นโอคิตะซังได้ดีมาก เสียงไอค่อกแค่กนี่เหมือนป่วยจริงๆงั้นอะ เสียงเสะเมะก็สุดยอด เสียงกัด ก็สุดยอด อรั๊ยยยยยยยยยยยย....

ระดับความได้ใจ :  たっつんお疲れ様!よくできました!

ว่าแต่...พอซะทีเถอะ ไอ่หันหน้าเราไปจูบซ้ายทีขวาทีเนี่ย....

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////

Shinsengumi Mokuhiroku Wasurenagusa Daisangan Kondou Isami CV. Inoue Kazuhiko
Release Date : 26 September 2012
ชินเซนงุมิ หัวหน้ากลุ่ม
อายุ 29 ปี สูง 180 ซม.
"มาทางนี้สิ ฉันจะอ่อนโยนกับเธอเอง เธอน่ะก็แค่ ฝากตัวของเธอไว้กับฉันก็พอ"

Posted Image

Reviewer's comments : เดาไว้ตั้งแต่แรกเลยว่า ดูอ่อนโยนแบบนี้ไม่น่าจะเอโร่ยได้ ปรากฏว่าเสียงจุ๊บๆ ระดับเจ้าพ่ออย่างอิโนะอุเอะซังก็ทำคนฟังเกือบๆใจแป้วเหมือนกันนะ โดยเฉพาะฉาก 逢瀬 ท่านจะอะไรกับดาบของท่านนักหนาเนี่ย แล้วคำว่า "ดาบเล่มนี้จะปกป้องเธอ เพราะฉะนั้นเธอก็ต้องรักมันให้มากๆ..." ก็เข้าใจอะคะคอนโด้ซังขาาา แต่ว่าไอ่เสียงสันดาบกระทบเนื้อนี่ยังงัยก็กลัวแหะ....แบบว่ายอมรับเลยว่า คอนโด้ซังมีด้านที่ใครๆก็มองไม่เห็นอยู่เยอะมาก.... แต่มันก็ีดีนะ เพราะอย่างน้อยก็ได้รู้จักคอนโด้ซังมากขึ้นในมุมมองที่อนิเมะหรือพวก ภาพยนตร์อะไรงี้ไม่ค่อยเอาออกมานำเสนอสักเท่าไหร่....
ตอนจบของโวลุ่มนี้ก็ค่อนข้างเศร้าสำหรับคนที่เคยอ่านประวัติคอนโด้ซังมาบ้าง.... ถ้าไม่เคยอ่านแล้วจะเฉยๆมาก เพราะฉะนั้นแนะนำว่าถ้าใครอยากอินก็ไปอ่านประวัติคอนโด้ซังซะก่อนแล้วค่อยมาฟังนะคะ

ระดับความได้ใจ :

เอาไปสี่ดวงพอ เพราะเค้ากลัวดาบในฉากโอเซะ....

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////

Shinsengumi Mokuhiroku Wasurenagusa Daiyonkan Toudou Heisuke CV. Shimono Hiro
Release Date : 31 October 2012
ชินเซนงุมิ หัวหน้าหน่วย 8
อายุ 20 ปี สูง 166 ซม.
"ฉันจะบอกให้รู้ในเรื่องของฉันมากขึ้น และจะสอนทั้งหมดของฉันให้เธอรู้ด้วย"

Posted Image

Reviewer's comments : พูดไม่ออก...รออ่านรีวิวเต็มๆ ดีกว่าค่ะ..... คือ ชอบมากจนไม่รู้จะอธิบายยังงัย 5555+ โทโดซังเป็นคนแรกที่ฉากโอเสะทำเราร้องไห้ของจริง (คนอื่นไม่เคยเป็นแบบนี้เลย มีแต่ฟินแต่ไม่มีร้องไห้) อันนี้มาทั้งฟินทั้งร้องไห้ค่ะ ชิโมะซังพากย์ยังกะสวมวิญญาณโทโดซังอยู่แหนะ ตกใจมาก เพราะเราไม่เคยฟังชิโมะซังพากย์แบบนี้นานๆเลย ส่วนมากจะมีแค่แปปๆ อันนี้รวมกันได้ 21 นาทีกว่าๆ (พอๆกับสองคนแรก) ตอนนี้โวลุ่มนี้ก็เลยขึ้นมาเป็นโวลุ่มที่เราชอบที่สุดแล้วหละคะ

ระดับความได้ใจ :

ที่จริงมี 5 ดวงแหละ แต่เป็นชิโมะซังก็เลยลำเอียงเพิ่มดาวให้อีก 1 ดวง 5555+

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////

Shinsengumi Mokuhiroku Wasurenagusa Daigokan Hijikata Toshizou CV. Hosoya Yoshimasa
อายุ 29 ปี สูง 177 ซม.
Release Date : 28 November 2012
ชินเซนงุมิ รองหัวหน้ากลุ่ม
"เตรียมใจไว้ได้เลย ฉันน่ะมองอย่างนี้แล้วค่อนข้างบ่อยเลยหละ (อะไรบ่อยคะ? ฮิจิคาตะซังงงง)"

Posted Image

Reviewer's comments : ส่วนตัวไม่เคยฟังโฮโซยันเสียง แนวๆนี้มาก่อน (หรือเป็นเพราะส่วนตัวไม่ได้ตามผลงานโฮโซยันแว๊) โวลุ่มนี้จะต่างกับโวลุ่มต่างๆที่ผ่านมา (อือม ฉากโอเสะไม่ค่อยจะฟิน #เกี่ยว) แต่เพราะไม่ค่อยได้ฟังนี่หละ พอมาได้ฟังก็ทำให้รู้สึกว่า โฮโซยันก็พากย์แนวจุ๊บๆได้เหมือนกันนี่นา.... แต่ยอมรับว่าชอบช่วง Free Talk ของโฮโซยันมาก ไม่ว่าโฮโซยันจะเตรียมสคริปมาพูดหรือพูดสด ก็รู้สึกว่าโฮโซยันพูดเกี่ยวกับซีรีย์นี้ดีสุด (อย่างน้อยถ้าคิดว่านาโอะซังดีสุดก็คิดว่าจะให้โฮโซยันพูดฟรีทอล์คดีสุดรอง ลงมา 555+ #งงละดิ) แต่ถึงท่านรองจะโหดจะเอสจะดูถูกเรายังงัย แต่ตอนท้ายโฮโซยันก็ทำให้เราสงสารท่านรองมาก ยิ่งนึกถึงจุดจบของท่านรองตัวจริงที่ตายในสนามรบแล้ว ทำให้ดูน่าเศร้าพอๆกับตอนจบของคนอื่นได้เลยค่ะ

นับว่าทำให้เรามีแนวคิดบวก กับท่านรองเพราะเซย์ยูแท้ๆเลยเนอะ 55555+

ระดับความได้ใจ : กับอีกครึ่งดวง (?)

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////

Shinsengumi Mokuhiroku Wasurenagusa Dairokkan Yamazaki Susumu CV. Morikawa Toshiyuki
อายุ ไม่แน่ชัด สูง 173 ซม. 
Release Date : 26 December 2012
ชินเซนงุมิ เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบ สายลับ
"ถ้าเกิดว่าคุณให้คนอื่นนอกจากผมได้เห็นคุณในสภาพแบบนี้แล้วละก็ ผมจะฆ่าทิ้งโดยไม่ต้องมีการสอบสวนเลย"

Posted Image

Reviewer's comments : เช่นเดียวกับชิโมะซัง โวลุ่มนี้เป็นโวลุ่มที่เราคิดว่าเรากำลังรอคอยทีเดียวหละค่ะ เพราะยามาซากิซังดูทำตัวน่าสงสารมาก (เราเป็นพวกใจอ่อนง่าย 555+) แต่ช่างเนียนดีแท้นะคะยามาซากิซัง ทั้งพฤติกรรมจับนางเอกทำความสะอาดแผล พฤติกรรมบังคับนางเอกให้เล่นละครจูบกันด้วย ทำให้เราคิดว่า ยามาซากิซังนี่"เนียน"ได้ใจจริงๆ แต่ก็คิดว่าถ้านอกใจ นางเอกคงซวยน่าดู เพราะพฤติกรรม "เนียน" นี่หละ 5555+ (แต่ก็เนอะ ซามูไรเมื่อก่อนไม่ได้หลายใจหรอก เพราะเอาจิตวิญญาณไปทุ่มกับการต่อสู้ การกอบกู้ศักดิ์ศรีตัวเองคืนมา) โมริคาว่าซังผู้พากย์ยามาซากิซังก็พากย์ได้ดีมากค่ะ โดยเฉพาะฉากโอเสะ (อือมแต่เฮียแกแอบหลุดเสียงเสะเมะนะ ทั้งๆที่ยามาซากิดูเคะออก 555+) โมริคาว่าซังก็พากย์ได้ดีทีเดียว จนเราฟินไปสามบ้านแปดบ้านเลยค่ะ อุอิอุอิ.....

ระดับความได้ใจ : เอาไป 5 ดาวเบยยยย



สำหรับเรา (คนรีวิว) เราไม่เคยสนใจเรื่องเกี่ยวกับชินเซนงุมิสักเท่าไรนะ....

(ก่อนหน้ารีวิวนี้ก็ไม่เคยดู Hakuoki ด้วยซ้ำ)

แต่พอเห็นชื่อนักพากย์ก็เลยชักจะสนขึ้นมาสักหน่อย...


ให้มองแค่รูปแล้ว คิดว่าชอบยามาซากิที่สุดนะคะ (ไปนั่งดูฮาคุโอกิ ยามาซากิซังก็น่าสนใจไม่น้อยนะคะ)

แต่เราไม่เคยเห็นโมริคาว่าซังพากย์เอโร่ยอะ เลยยังไว้ใจไม่ค่อยได้ (?)

ถ้ามองในมุมของเซย์ยู เราก็ชอบเฮย์สุเกะซังที่สุดค่ะ (ก็แหมชิโมะซังพากย์ละเนอะ ฮี่ฮี่...)