Thursday, October 17, 2013

[Review Drama CD] Shinsengumi Mokuhiroku Wasurenagusa Vol.3 Kondou Isami


และแล้วเราก็ได้ฤกษ์มารีวิวซีรีย์ชินเซนงุมิ วาซุเระนางุสะอีกแล้วค่า...

วันนี้เป็นตาของท่านหัวหน้าแล้วค่ะ //ไหว้



Kondou Isami
ตามประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น คอนโด้ อิซามิ เป็นหัวหน้าชินเซ็นงุมิ
หรือกลุ่มซามูไรซึ่งได้รับหน้าที่เป็นตำรวจพิเศษในปลายสมัยเอโดะ
ประวัติของคอนโด้ซังค่อนข้างยาว ถ้าให้พูดถึงคงจะไม่ได้รีวิวกันแน่ๆวันนี้
ดังนั้นจึงขอตัดๆไปเลยแล้วกันนะคะ....
เราไปเริ่มรีวิวตั้งแต่แทรคแรกจนถึงแทรคสุดท้ายกันดีกว่า

*เนื่องจากโวลุ่มนี้ มี 2 แผ่น จึงขอรีวิวแยกเป็นเอนทรี่นะคะ เอนทรี่ละแผ่น
*เราขอใช้คำว่า "เรา" แทน คนฟัง และ นางเอกในซีรีย์นี้นะคะ...

หมายเหตุ : เหตุการณ์ทุกอย่างที่คอนโด้ซังได้เจอกับนางเอก เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นนะคะ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องจริง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงเตี๊ยมอิเคดะยะ หรือ แม้แต่เรื่องที่คอนโด้ซังได้พูดกับตัวนางเอกเอง เป็นเรื่องจริงที่อิงมาจากประวัติศาสตร์ค่ะ ส่วนคอนโด้ซังรักดาบโคเททซึมากมายอะไรขนาดนั้นรึเปล่านั้น... ก็อาจจะจริง หรือไม่จริงเหมือนกัน  อาจจะต้องไปจุดธูปหรือเคาะโลงศพของคอนโด้ซังที่วัดเทนเนจิขึ้นมาถามได้ค่ะ (ใครจะกล้าทำห๊ะ /คนรีวิวโดนปารองเท้าใส่)

新撰組黙秘録勿忘草 第参巻 近藤勇編
Shinsengumi Mokuhiroku Wasurenagusa Vol.3 Kondou Isami
ชินเซนงุมิ บันทึกเป็นการลับ ~ฟอร์เกทมีนอท~  โวลุ่ม 3 คอนโด้ อิซามิ
CV. 井上和彦 Inoue Kazuhiko

Disc 1



Track 1
        แทรคเริ่มต้นด้วยการบอกเล่าของคอนโด้ซัง ในขณะนั้นเป็น เก็นจิคังเน็น หรือปีค.ศ.1864 ปีแห่งความโกลาหลที่กลุ่มชินเซ็นดำรงอยู่ มีการแย่งชิงกัน ยิ่งโลกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ในเมืองหลวงก็ยิ่งวุ่นวายมากขึ้น แต่อย่างไรกลุ่มชินเซ็นก็ต้องปรับตัวอยู่ให้ได้ในฐานะตำรวจ ไม่สิ..ต้องดูเป็นการกำจัดต่างหาก ทั้งโจชู ทั้งซามูไรของตระกูลชิมะสึ ก็ยิ่งมีผู้ช่วยเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่ถึงแม้จะลำบากมากมายแค่ไหน สมาชิกกลุ่มชินเซ็นก็ยังอยู่กับคอนโด้ซังเสมอ (ต้องมุทะลุเอาไว้สินะ...)
        และในวันนั้น วันที่ 5 มิถุนายน เป็นวันที่กลุ่มชินเซ็นได้สร้างวีรกรรมขึ้น โดยกลุ่มชินเซ็นได้แบ่งกันเป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มคอนโด้ได้ตรงไปยังโรงเตี๊ยมอิเคดะยะ ตามรายงานจากทางราชการ และเมื่อมาถึง คอนโด้ซังได้สั่งทุกคนชักดาบออกมาและ เข้าต่อสู้กับกลุ่มโจชู (ในฉากนี้เสียงชักดาบเหมือนจริงมาก ยังกะดูหนังทรีดี 555+)
        คอนโด้ซังก็เข้าต่อสู้ด้วย แต่ก็ยังมีคุยสนทนากับนายโคเททซึ ดาบคู่ใจของคอนโด้ซังนั่นเอง สู้ไปก็ชมความเก่งกาจของโคเททซึไปด้วย คอนโด้ซังสู้ไปเรื่อยๆ คอนโด้ซังยังได้พูดอีกว่าการที่ได้ชัยชนะในคืนนี้ก็เหมือนกับการประกาศศักดา และแสดงการมีตัวตนของกลุ่มชินเซ็นให้คนรอบข้างได้รับรู้อีกด้วย

Track 2
        แทรคเริ่มด้วยคอนโด้ซังทักทายเราซึ่งเข้ามาในห้องด้วยท่าทางไม่มั่นใจเล็ก น้อย เมื่อเราเข้ามาแล้ว คอนโด้ซังจึงเริ่มบทสนทนาโดยการขออภัยเราเรื่องที่เกิดขึ้นที่อิเคดะยะ เขาบอกว่าเขาได้รู้เรื่องจากฮิจิคาตะซังว่าเราสูญเสียพ่อแม่ไปในคดีอิเคดะยะ นั้น คอนโด้ซังก็ปลอบใจเราว่ายังงัยก็ต้องได้เจอกันอีกแน่นอน
        แต่เราก็ยังทำหน้าเศร้า คอนโด้ซังเลยหยิบขนมออกมาจากที่ซ่อน (เพราะฮิจิคาตะซังไม่พอใจ พอเห็นแล้วก็จะสั่งให้ไปทิ้งทันที) และยื่นให้เรากินทั้งหมด แต่ห้ามให้เรื่องนี้ถึงหูใครเด็ดขาด โดยเฉพาะฮิจิคาตะซัง คอนโด้ซังก็ยังเล่าให้เราฟังเรื่องที่เขาพยายามซ่อนขนมจากฮิจิคาตะซัง เล่าไปเรื่อยๆก็ทำให้เราหัวเราะได้ หลังจากนั้นเขาก็หยิบขนมมากินบ้าง และ บอกว่าที่เรายิ้มได้ก็เพราะรสของขนมแน่นอน
        หลังจากนั้นจะเป็นประโยคสนทนาระหว่างคอนโด้ซังกับเรา โดยคอนโด้ซังจะถามว่าต่อจากนี้แล้วเราคิดจะทำอะไรต่อ ? มีที่ไปรึเปล่า ? เราก็ตอบว่าไม่มีที่ไป คอนโด้ซังจึงแนะนำให้เรามาทำงานที่ฐานกลุ่มเสียเลย เพราะว่าช่วงนี้แรงงานไม่พอเสียด้วย ทั้งซักผ้า ทำกับข้าว จ่ายตลาด รวมถึงผู้หญิงก็ไม่ค่อยจะมีด้วย มันอาจจะเป็นงานหนัก แต่ว่าเขาก็เชื่อว่าถ้าเราทำงานที่นี่ อาจจะทำให้ลืมเรื่องเลวร้ายในอดีตได้แน่นอน และถึงแม้จะไม่มีครอบครัวแล้ว แต่กลุ่มชินเซ็นนี่หละที่อาจจะเป็นเหมือนครอบครัวของเราได้ เราจึงตอบตกลง คอนโด้ซังจึงดีใจ และกล่าวขอบคุณเรา ถ้ามีอะไรก็ให้บอกเขาได้ เพราะเขานี่หละจะเป็นเพื่อนของเราเอง...
        วันต่อมา ในตอนเช้า ระหว่างที่เรากำลังทำงานอยู่ ก็พบกับคอนโด้ซัง คอนโด้ซังทักทายเราและบอกว่าเขากำลังจะไปดูสมาชิกกลุ่มซ้อม(เคโคะ)ตอนเช้ากัน คุยกันไปเรื่อยๆ ก็หันไปพูดเรื่องฮิจิคาตะซัง เพราะเราบอกว่าฮิจิคาตะซังดุมาก แต่คอนโด้ซังบอกว่าเขาไม่ได้คิดแบบนั้น...
        ในขณะนั้นลมก็พัดมาและพัดกองขยะที่เรากวาดมารวมกันกระจัดกระจาย คอนโด้ซังให้เราเลิกทำ และ ให้เราอยู่นิ่งๆ เพราะมีขยะติดอยู่ที่ผมเรา คอนโด้ซังก็ได้โอกาสสัมผัสผมเราไปเรื่อยๆพร้อมกับบอกว่าผมแบบนี้หละที่เขา ชอบ เราก็หน้าแดง เขาก็ปัดขยะออกจากผมเรา พร้อมกับบอกว่าเขาก็เหมือนกับคนในครอบครัวเรานั่นหละ เราก็เหมือนกับน้องสาวของเขา
        หลังจากปัดขยะออกเสร็จเขาก็กล่าวขอโทษสัมผัสผมเรา และเขาก็เอาขนมที่ซื้อมาเมื่อวานมาใส่มือเราเป็นการขอโทษ ทั้งๆที่เราไม่ได้โกรธเลย เขาบอกว่าอยากจะเห็นรอยยิ้มของเรา แต่เรายิ่งยิ้มแบบนี้เขาก็ยิ่งเป็นห่วงเราว่าจะไปทำให้หนุ่มคนไหนหลงรักรึ เปล่านะ... ก่อนที่จะเตือนว่าอย่าเข้าใกล้ผู้ชายคนไหนมากไปนัก เตือนเสร็จ เขาจึงเดินกลับไปข้างใน พร้อมกับแทรคที่จบไป....

Track 3
        ในขณะที่เรากำลังอยู่ในเมือง เราก็วิ่งไปชนกับคอนโด้ซังโดยบังเอิญ คอนโด้ซังได้ถามเราว่ามาทำอะไรในเมือง มาเดินเล่นเหรอ ? เราก็ตอบว่าเราเพิ่งกลับจากซื้อของ คอนโด้ซังจึงชวนเราไปเดินดูของด้วยกันต่อ แต่เราก็บอกว่าเพราะโอคิตะซังสั่งเราให้มาซื้อของก็เลยต้องรีบกลับ เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร เพราะเขาจะไปพูดกับ”โซจิ”เอง (คอนโด้ซังเรียกโอคิตะซังว่าโซจินะเคอะ....) ยังงัยโอคิตะซังก็คงจะไม่ถือโทษอยู่แล้ว เราจึงตอบตกลงเขาจึงจับมือเราเดินไปดูของด้วยกันต่อ...
        ระหว่างที่เดินกันอยู่ คอนโด้ซังก็ชวนเราไปที่ร้าน “ขายดาบ” เขาเล่าให้เราฟังว่าเขาเข้าร้านดาบก็ใช้เวลานานทุกทีจนฮิจิคาตะซังโวยวาย อยู่หลายครั้ง เราก็เลยถามว่าแล้วที่จะไปร้านดาบนี่จะไปซื้อดาบใหม่เหรอ ? คอนโด้ซังก็บอกว่าเขาน่ะชอบดาบมาก โดยเฉพาะดาบที่มันวาว  เวลาฟันไปแล้วก็ขาดทั้งกระดูกทั้งเนื้อเลย และ โคเททซึที่คอนโด้ซังมีอยู่ ก็มีคุณสมบัติตามที่คอนโด้ซังได้พูดไป...
        และคอนโด้ซังก็หยิบดาบออกมา และ พูดถึงโคเททซึว่า เป็นดาบที่เหมาะกับเขาตั้งแต่ที่เขาเกิด เวลาที่ได้สัมผัส(ตรงใบมีด)ก็ ทำให้รู้สึกถึงผิวทะลุไปถึงข้างใน และยังบรรยายสรรพคุณถึงขนาดเวลาที่อยู่เฉยๆก็จะเงียบๆสงบนิ่ง แต่ถ้าเวลาได้กินเลือดแล้วก็จะขึ้นมาบ้าคลั่งได้เลยทีเดียว และเขาก็รู้สึกถึงมันด้วย (ถึงฉากนี้แล้ว คิดว่าถ้าคอนโด้ซังไม่แต่งงานกับผู้หญิงก็คงจะแต่งงานกับโคเททซึแทนแน่ๆ แสดงออกว่ารักโคเททซึขนาดนั้น....ฮึ่ม....)
        และคอนโด้ซังก็ต้องสะดุ้งเมื่อเราเรียก เขาก็คิดว่าเขาคงพูดอะไรแปลกๆออกไปแน่นอน ถ้าเขาได้พูดถึงคาตานะเมื่อไหร่ก็จะติดหล่มอาจจะพูดยาวจนหยุดไม่ได้ก็ได้ เขาจึงตัดบทและพาเราไปร้านดาบต่อ...
        พอมาถึงร้านขายดาบ คอนโด้ซังก็พูดคุยกับเจ้าของร้าน (เนื้อหาไม่ต้องไปสนหรอกค่ะ ก็เป็นแนวๆว่าดาบไหนเข้ามาใหม่ ดาบไหนเจ๋งๆ แล้วก็ขอดูดาบอันนั้นหน่อย ประมาณนี้) เขาก็ดูดาบไปเรื่อยๆ ลองฟันไปเรื่อยๆ เขาก็ชมดาบว่าดาบสวย ไม่ใช่ไว้ฆ่าคนอย่างเดียว ทั้งน้ำหนักที่เหมาะมือ คมดาบที่สวยงาม แต่ถึงจะชมขนาดนี้ คอนโด้ซังก็ยังไม่เลือกดาบนั้น และชวนเราออกมาจากร้านขายดาบ
        เราก็ถามคอนโด้ซังว่า ถึงจะชมว่าสวยขนาดนั้น แต่ทำไมคอนโด้ซังถึงไม่ซื้อดาบนั้นละ ? คอนโด้ซังจึงตอบว่า “ก็มันเป็นดาบปลอมนี่...” ถึงจะดูสวย แต่พอเวลาสัมผัสแล้วมันก็ไม่ใช่อย่างที่เขาคิด และเขาก็แอบไม่พอใจเจ้าของร้านนิดหน่อยที่แอบเอาของปลอมมาขาย แต่ร้านนี้มีคนเข้าเป็นจำนวนมาก เขาจึงไม่อยากเอาเรื่อง
        แต่จริงๆแล้วคอนโด้ซังก็เผยไต๋ออกมาว่าที่พาเรามานี่ก็เพราะหาเรื่องมาเดิน เล่นกับเราเท่านั้น  คอนโด้ซังก็ถามเราอีกว่าจะไปดูร้านไหนต่อมั้ย ? เราก็ตอบสิคะว่า “เย็นแล้วรีบกลับกันดีกว่า” แต่คอนโด้ซังก็บอกว่าจริงๆแล้วเขาน่าจะซื้อพวกปิ่นปักผมอะไรแบบนี้ให้เราสัก หน่อย แต่ในเมื่อไม่มีเวลา เขาจึงชวนเราออกมาอีกครั้งวันหลัง ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้น้องสาวที่น่ารักอย่างเราไปกับหนุ่มคนอื่น (โห เล่นกักตัวกันเลย 5555+) เพราะอย่างไรเขาก็อยากแสกนหนุ่มที่เหมาะสมกับเราให้เราด้วย....

Track 4
        คอนโด้ซังมาหาเราที่ห้อง เพื่อมาบอกข่าวว่าคืนนี้เขากลับกลุ่มชินเซนจะต้องไปบุกที่ไหนสักแห่งตอน เที่ยงคืน แต่ก็ไม่ได้อุกอาจหนักหนาเท่าที่อิเคดะยะ และเขาก็เตือนว่าคืนนี้ห้ามออกจากฐานไปไหนเด็ดขาด แต่เราก็เป็นห่วงคอนโด้ซัง แต่คอนโด้ซังก็บอกว่าไม่ต้องห่วง เขายังงัยโคเททซึก็ปกป้องเขาได้อยู่แล้ว (เอ่อคือ..ตอนสงครามโบชินมันไม่ได้เป็นแบบนั้นอะจิคะ.... – คนรีวิว)
        แต่เราก็ยังเข้าไปรั้งคอนโด้ซังไว้ แต่คอนโด้ซังก็บอกว่าอย่าหยุดเขาเลย เพราะอนาคตของญี่ปุ่นอยู่ในมือของกลุ่มชินเซ็นแล้ว อย่างไรก็ต้องไป.... แต่เราก็บอกว่าเพราะว่าเราเสียครอบครัวเราไป แล้วถ้าเกิดพวกคอนโด้ซังเป็นอะไร เราก็คงจะอยู่ไม่ได้ คอนโด้ซังก็เข้าใจ แต่อย่างไรเขาก็ต้องต่อสู้ปกป้องสิ่งที่สำคัญ และเราก็เป็นคนสำคัญของเขาคนหนึ่งด้วย
        คอนโด้ซังยังกล่าวต่อไปว่า หากรอยยิ้มกลายเป็นความกลัวเมื่อไหร่ จะไม่มีวันกลับมายิ้มได้อีกเลย (ในสถานการณ์ที่วุ่นวายแบบนี้) หาก พวกเขาปล่อยเอาไว้  ทั้งประเทศก็คงจะตกอยู่ในความกลัวแน่นอน อย่างไรเขาก็จะต้องปกป้องประเทศที่สำคัญต่อเขาไว้ให้ได้ ร่วมกับสมาชิกกลุ่มชินเซ็นคนอื่นๆที่ติดตามเขาไปทุกสนามรบ และ ความฝันของเขาคือการทำให้ประเทศสงบร่มเย็น ทุกคนมีแต่รอยยิ้มนั่นเอง....
        ในตอนเช้า เราไปหาคอนโด้ซังที่ห้อง (ห้องทำงานของคอนโด้ซังหรือห้องนอนไม่แน่ใจแหะ...) คอนโด้ซังเห็นเราง่วงๆเลยคิดว่าเมื่อคืนคงจะไม่ค่อยได้นอนละสินะ (เอ่อ...ก็นู๋เป็นห่วงคอนโด้ซังอะคะ – ฟ้าใฉโอโจ้ซัง ก๊ากกก) แล้วก็ถามต่อไปว่าเรามีธุระอะไรกับคอนโด้ซังกัน เราก็เลยบอกว่าเพราะเห็นคอนโด้ซังสีหน้าไม่ดีเลยอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ? (ตรงนี้เราสงสัยว่านางเอกมานกลัวท่านรองขนาดถึงกับจะปฏิเสธไม่ยอมไปซื้อของให้ท่านรองเลยเหรอ???)
        คอนโด้ซังเลยเล่าให้ฟังว่าเหตุการณ์เมื่อคืนทำให้เขาเสียลูกน้องที่สำคัญไปอีกคน (ใครอะ..ใครตายอะ สำคัญตอนไปสู้ที่อิเคดะยะด้วย) ถึงเขาอยากจะทำให้ประเทศมีแต่สันติภาพ แต่ต้องแลกกับการที่เสียลูกน้องไป ทำให้เขารู้สึกว่าไม่คุ้มเลยจริงๆ คอนโด้ซังต้องแอบมาเสียใจทุกครั้งที่มีคนตาย แต่เพราะไม่ต้องการให้ลูกน้องที่เหลือหมดกำลังใจไปด้วย เขาจึงไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้ใครได้เห็น
        เราจึงเดินไปหยิบของบางอย่างให้กับคอนโด้ซัง มันคือ ดอกไม้ นั่นเอง (ปลูกเองด้วย) คอนโด้ซังบอกว่าเป็นครั้งแรกที่ได้รับดอกไม้แบบนี้ และเราก็บอกว่า ดอกไม้สามารถทำให้ใจคนเย็นลงได้ และถ้าต้องการจะให้กำลังใจคนก็ต้องให้ดอกไม้นี่ละ... คอนโด้ซังก็บอกว่าเรานี่ใจกว้างจริงๆนะ และบอกให้เราเอาดอกไม้ไปประดับในห้องเขานี่หละ เพราะถ้าเห็นดอกไม้เวลาจิตตกก็จะช่วยได้แน่นอน แต่ดอกไม้ถ้าใส่แจกันมันก็จะเหี่ยวเร็ว เพราะฉะนั้นเราก็จะมาเปลี่ยนดอกไม้ให้ก่อนที่มันจะเหี่ยว โดยที่ไม่คิดค่าจ้างเพิ่ม (กร๊ากกก) คอนโด้ซังก็พยักหน้าเห็นด้วย...
        อยู่ดีๆคอนโด้ซังก็ดึงเรามากอด (เฮือกก ตกใจดัมมี่ไมค์) และกระซิบ “เวลาแบบนี้ถ้าเขาถูกเราอ่อนโยนใส่แล้ว อาจจะทำให้เขาวอกแวกก็ได้นะ...” เราก็ตกใจและผละออก คอนโด้ซังเลยพูดว่าการที่เราทำแบบนี้ ทำให้เขาเริ่มไม่รู้สึกว่าเราเป็นเหมือนน้องสาว แต่ดูเหมือน “ผู้หญิง” คนหนึ่งมากกว่า เพราะเราดูเหมือนมีวุฒิภาวะแล้ว (ไม่คิดว่าชั้นเป็นเด็กๆแล้วสินะ) เหมือนกับนักรบที่ทำการเซ็ปปุคุเพื่อแสดงความรับผิดชอบ
        เราก็บอกว่าการเซ็ปปุคุมันเลวร้ายเกินไป คอนโด้ซังก็บอกว่าคนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกกลุ่ม ต้องปฏิญาณตนจะไม่ฝืนกฎ “เคียวคุจูฮัทโต” เด็ดขาด แต่นอกจากเซ็ปปุคุคงจะไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้ว... และคอนโด้ซังก็ตัดบท และบอกว่าถ้าเขาไม่ร่าเริงก็ไม่ใช่คอนโด้ซังแล้วละสิ แล้วก็หัวเราะร่า (เอ่อคือ....ตอนนี้อิชั้นไม่อยากหัวเราะกะเฮียหรอกค่ะ - -*) ก่อนที่จะลงท้ายว่า “โอโจ้ซัง...ขอบคุณสำหรับดอกไม้นะ” ก่อนที่จะเราจะเดินออกไปและจบแทรค....

Track 5

        ในตอนเช้าของวันต่อมา คอนโด้ซังก็เดินเล่นอยู่ในสวน (รู้สึกคอนโด้ซังชอบชมสวนมากกว่าไปรบนะเนี่ย ฮ่าฮ่า..) คอนโด้ซังก็ได้ยินเสียงคนเดินก็เลยหันไปพบเราเข้า เขาก็เลยบอกว่าอย่าไปบอกใครเรื่องที่เจอเขาเดินเล่นอยู่แบบนี้นะ ถ้าฮิจิคาตะซังรู้อาจจะโดนเอ็ดตะโรเอาได้ แต่เพราะว่าอากาศดีๆแบบนี้ จะมัวอยู่แต่ในห้องก็ไม่ใช่เรื่อง
        เราก็เลยบอกว่าพอดีลมพัดผ้าที่ซักไว้ปลิว เลยมาตามหาผ้า คอนโด้ซังเลยจะช่วยหา อาจจะไปติดอยู่ตามต้นไม้ก็ได้ ระหว่างช่วยกันหาคอนโด้ซังก็บอกว่า เมื่อคืนเขาฝันถึงเราด้วย อาจจะเป็นเพราะกลิ่นของดอกไม้เข้าไปในความฝันด้วยแน่นอน (ป๊าดดดด เฮียแกบรรยายความฝันจนอยากจะเอาหน้ามุดผ้าห่ม 555+) เขาก็สงสัยเหลือเกินว่าถ้าเราอยู่ในอ้อมกอดเขาแล้วเราจะมีสภาพแบบไหนกันนะ (อือม..สงสัยความฝันไม่ชัด เห้ยยยย) เราก็ทำหน้าตกใจ เขาก็บอกว่าแค่ความฝันเอง อย่าตกใจไป และคอนโด้ซังก็ช่วยเราหาผ้าจนเจอ เลยเอาไปตากไว้เหมือนเดิม...
        ในตอนกลางคืน คอนโด้ซังก็ชวนเราออกมาเดินเล่นด้วยกันอีก เพราะเป็นหน้าใบไม้ร่วง เลยลมเย็นๆน่าอยู่เป็นที่สุด คอนโด้ก็มีความสุขที่ได้ชมความงามของพระจันทร์ครึ่งดวงกับใบไม้เปลี่ยนสีใน เอโดะไปเรื่อยๆ และการมีเราที่เขารักอยู่ข้างๆด้วย
        แค่อึดใจ คอนโด้ซังก็ดึงเราเข้ามากอด (อีกแล้วร๊อออออ) และพูดในระยะประชิดว่า ตลอดเวลาที่เขาอยู่กับเรานี่ เขาฝันถึงเราแทบทุกคืนเลย เรามีกลิ่นเดียวกับดอกไม้ที่เขาได้กลิ่นด้วย (จ๊ากกก) ทำให้เขาคิดถึงแต่เราตลอด ไม่ว่าจะทำอะไร... คอนโด้ซังก็ยื่นหน้าเข้ามาหาเราเรื่อยๆ เราก็เลยบอกคอนโด้ซังว่า ที่เรายอมให้คอนโด้ซังเข้าถึงตัว(?)ได้ก็เป็นเพราะคอนโด้ซังดูใจดี ไม่มีพิษภัย คอนโด้ซังเลยบอกว่าเราคิดผิดแล้ว จริงๆแล้วผู้ชายทุกคนน่ากลัวเหมือนกันหมด คอนโด้ซังยังบอกอีกว่า อย่ามองคนแต่ภายนอก เพราะฉะนั้นเราต้องระวังตัวไว้ด้วย....

จบแผ่น 1 แล้วค่าาาาา

ถ้าใครฟังแล้วเกิดตะขิดตะขวง "เอ๊ะ คอนโด้ซังไม่ได้พูดแบบนี้นี่"

หลังไมค์มาช่วยเราทำมาหากินหน่อยนะคะ ก๊ากกกกกกกก 

เตรียมพบกับแผ่นสองในเอนทรี่ต่อไปนะคะ (โคเททซึๆๆๆๆ ToT)